พิพิธภัณฑ์เล่นได้

"ครั้งหนึ่ง...ก็เคยเล่น"
พิพิธภัณฑ์เล่นได้...เป็นความตั้งใจของกลุ่มคนเฒ่าคนแก่ แห่งบ้านป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2541 เป็นแหล่งเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาของผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งเด็กรุ่นใหม่อาจไม่เคยทราบว่าที่นี่มีของเล่นอีกมากมายที่สามารถเล่นได้จากฝีมือการทำของผู้เฒ่าผู้แก่ ของเล่นบางชิ้นมีชื่อแปลกๆ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็น ไม่เคยเล่น เล่นแล้วสนุก...ของเล่นบางชนิดสามารถแข่งขันกันได้ เช่น การเล่นสะบ้า เป็นต้น สำหรับการเล่นสะบ้า ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า "ต้องเล่นกันหลายๆ คนถึงจะสนุกโดยการปล่อยลูกสะบ้าลงให้พร้อมกัน เพื่อให้ลูกสะบ้านั้นชนกัน และถ้าลูกสะบ้าใครล้มก่อนถือว่าคนนั้นแพ้" 

ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งซึ่งเด็กๆ จะชอบกันมาก เพราะมาเมื่อไรก็ได้เล่นของเล่นที่ไม่เคยเล่นกันมาก่อน...นอกจากของเล่นเด็กแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิดจำหน่าย เช่น ของที่ระลึกพื้นบ้านจากไม้ไผ่ ผ้าฝ้ายทอมือย้อมด้วยสีธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขนมพื้นบ้าน ส่วนหนึ่งเป็นรายได้ให้กับผู้เฒ่าผู้แก่อีกด้วย...

สำหรับพิพิธภัณฑ์เล่นได้จะเปิดให้ชมฟรีทุกวัน....จะตั้งอยู่หน้าวัดป่าแดดหาง่าย การเดินทางกรณีมาจากเชียงใหม่หรือเชียงราย....เมื่อมาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สรวยก็จะมีทางแยกเพื่อไปอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขับเข้าไประยะทาง 5 กิโลเมตร...จากนั้นจะมีทางแยกไปบ้านป่าแดดอีก 2 กิโลเมตร ขับตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวัดป่าแดด....



















ห้องสมุดรถไฟเชียงราย Chiang Rai Train Library

"เชียงราย เมืองแห่งคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจก้าวหน้า 
การศึกษาเป็นเลิศ ถิ่นกำเนิดวัฒนธรรมล้านนา"


จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งที่ไม่มีเส้นทางรถไฟ และห้องสมุดรถไฟเชียงรายจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ชาวเชียงรายให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นอกจากการมานั่งอ่านหนังสือ พักผ่อน เล่นเน๊ต....การถ่ายรูปกับรถไฟก็คงขาดไม่ได้สำหรับชาวเชียงราย...

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดย นางรัตนา จงสุทธนามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาทุกระดับชั้นทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้การอ่านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านเพิ่มประสบการณ์เรียนรู้ โดยการศึกษาค้นคว้าจากห้องสมุดรถไฟแห่งแรกของเชียงราย...ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายโสภณ ชารัมย์) และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (นายยุทธนา ทัพเจริญ) จัดหาหัวรถไฟพร้อมตู้โบกี้รถไฟ จำนวน 5 โบกี้ โดยการประสานงานของที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายวันชัย จงสุทธนามณี) มาปรับปรุงเป็นห้องสมุดรถไฟเชียงรายไว้บริการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนตลอดไป...

ห้องสมุดรถไฟเชียงรายตั้งอยู่บริเวณอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปจะเรียกว่า "ศาลากลางหลังเก่า" อยู่ใกล้กับวัดพระสิงห์ โดยจะแบ่งออกเป็น 5 โบกี้
โบกี้ที่ 1 โบกี้ธรรมมะ
โบกี้ที่ 2 โบกี้สังคมและวัฒนธรรม
โบกี้ที่ 3 โบกี้อาชีพและเทคโนโลยี
โบกี้ที่ 4 โบกี้ประวัติศาสตร์
โบกี้ที่ 5 โบกี้วรรณกรรมเด็กและเยาวชน

ห้องสมุดรถไฟจะเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ เวลา 09.00-18.00 น. สำหรับวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการ เวลา 10.00-19.00 น. และภายในบริเวณเดียวกันนอกจากการมานั่งอ่านหนังสือแล้ว...ที่นี่ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่อยากจะแนะนำ "หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี" ที่นี่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ นักท่องเที่ยวอาจยังไม่ทราบเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและน่าเที่ยวอีกที่หนึ่งของจังหวัดเชียงราย...












ศิลปเวียงกาหลง เตาลุงศรี

ศิลปเวียงกาหลง เตาลุงศรี เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีตำนานเกี่ยวกับที่ตั้งของร้าน...สำหรับที่นี่นอกจากการมานั่งทานอาหารที่ร้านก๋วยเตี๋ยวอดทนแล้ว..ก็ยังมีศิลปเวียงกาหลงให้เลือกซื้อ หรือจะเดินดูก็ได้มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายมีทั้งไม้แกะสลัก เครื่องปั้นดินเผา อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับการทำนา ฯลฯ และ ณ สถานที่แห่งนี้มีประวัติจากป้ายที่เขียนบนกระดานแผ่นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งจะมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ทราบเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของเตาลุงศรีและความเป็นมาของอำเภอเวียงป่าเป้าอีกด้วย..

"เวียงป่าเป้า" แต่เดิมมีฐานะเป็นชุมชนเล็กๆ ขึ้นอยู่กับนครเชียงใหม่ เจ้าอินทรวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้พระยาไชยวงศ์ คุมราษฏรจากนครเชียงใหม่ มาหักล้างถางพงพื้นที่ซึ่งเป็นป่าไทรของบ้านเฟือยไฮ (เฟยไฮ) "สถานที่บริเวณนี้" แล้วสร้างบ้านเมือง ขนานนามว่า "เมืองเฟยไฮ" และแต่งตั้งพระยาไชยวงศ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง ต่อมา พ.ศ.2430 พระยาไชยวงศ์ได้ย้ายเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือ (ห่างจากนี้ประมาณ 5 กิโลเมตร) โดยให้ราษฏรโค่นถางป่าเป้าก่อสร้างเมืองขึ้นใหม่ ขนานนามตามชื่อป่า เป็นภาษาพื้นเมืองว่า "เมืองป่าเป้า" เนื่องด้วยเมืองเฟือยไฮเดิม เป็นที่ต่ำ น้ำท่วมถึงได้ง่าย ไม่เหมาะที่จะเป็นเมืองถาวร ครั้นเมื่อพระยาไชยวงศ์ถึงแก่อนิจกรรม พระยาเทพณรงค์ผู้เป็นบุตรเขยได้เป็นเจ้าเมืองและบำรุงให้เมืองป่าเป้าเป็นเมืองถาวรโดยการสร้างกำแพงเมืองด้วยอิฐให้ถูกต้องตามลักษณะของเมืองทั่วไป.....

"เมืองป่าเป้า" ต่อมาได้ขนานนามใหม่เป็น "เวียงป่าเป้า" จัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ พ.ศ.2450 โดยขึ้นกับตำบลแม่พริกปัจจุบัน อยู่ในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และได้ยกฐานะเป็น อ.เวียงป่าเป้า เมื่อปี พ.ศ.2475 จนถึงปัจจุบัน (อ.ทรงพันธ์ วรรณมาศ,ดร.พงค์ กูลนรา เรียบเรียง)

ศิลปเวียงกาหลง เตาลุงศรี ตั้งอยู่ที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย...และอยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับ "ร้านก๋วยเตี๋ยวอดทน" พูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวอดทนก็คงจะรู้จักกันเยอะแล้ว...สำหรับที่ตั้งของร้านหาง่าย แวะง่าย อยู่ติดถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่..
















วังมัจฉาวัดพระธาตุแม่เจดีย์

"วังมัจฉา" หรือเรียกอีกชื่อว่า "อ่างเก็บน้ำห้วยย่าคำมา" เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์น้ำจืดและเป็นเขตอภัยทานของวัดพระธาตุแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย....เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีปลาน้อยใหญ่นับล้านตัวเพราะเยอะมาก อย่างเช่น ปลานิล ปลาบึก ปลาดุก ฯลฯ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม...

สำหรับเส้นทางไปวังมัจฉาจะใช้เส้นทางเดียวกันกับวัดพระธาตุแม่เจดีย์ ถ้าขับตรงขึ้นไปก็จะเป็นวัดพระธาตุแม่เจดีย์ วัดที่ขุดพบพระพุทธรูป 2 องค์คือ พระพุทธรูปสิงห์ 1 และ พระพุทธรูปสิงห์ 3 พระพุทธรูป 2 องค์ น้ำหนักรวม 7 กิโลกรัม พร้อมสายสังวาลย์ น้ำหนัก 2 กิโลกรัม......โดยจะมีทางแยกไปวังมัจฉา ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร มีป้ายบอกเส้นทางตลอด ถนนลาดยางเป็นทางแคบ โค้ง และขึ้นเขา แต่สวย.....ไม่ควรขับเร็ว สำหรับค่าเข้าชมวังมัจฉา ที่นี่คิด 20 บาท..... เป็นรายได้เพื่อบำรุงสถานที่ ค่าอาหารปลา ค่าน้ำค่าไฟ ค่างจ้างคนงาน เป็นต้น ส่วนร้านอาหารที่วังมัจฉาจะเป็นประเภทขนม หรือมาม่าคัพ และอาหารปลา...

นอกจากการเที่ยวที่วังมัจฉาแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ภายในบริเวณเดียวกัน เช่น เขื่อนดอยงู สวนสาธารณะบ้านชุ่มเมืองเย็น สำหรับสวนสาธารณะบ้านชุ่มเมืองเย็นกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างและปรับปรุงสถานที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกที่หนึ่ง ภายในสวนสาธารณะก็จะมีครูบาศรีวิชัยองค์ใหญ่ให้ชมด้วย..
















สวนสาธารณะบ้านชุ่มเมืองเย็น



ตำนานเล่าขาน จ๊างปู๊เอกงาเดียว

อยู่ในบริเวณพระมหาเจดีย์พระบรมธาตุคุ้มเวียงสรวย ภายในเขื่อนแม่สรวย ผู้คนในท้องถิ่นเรียกขานกันทั่วไปว่า "จ๊างปู๊เอก" เป็นช้างศึกของพ่อขุนทัพคุ้มเวียงสรวย ซึ่งท่านเป็นแม่ทัพหรือขุนทัพในยุคสมัยของพ่อขุนเม็งรายมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านนาไทย....หลังจาก....บ้านเมืองสงบปราศจากการศึกสงคราม พ่อขุนทัพฯ ถูกส่งให้มาหากินหัวเมืองหรือมาปกครองหัวเมืองแม่สรวยแห่งนี้ ช้างเชือกนี้เป็นช้างศึกที่พ่อขุนทัพฯ นำไปกรำศึกสงครามมามาก จนงาซ้ายหักไปเหลือแต่งาขวาข้างเดียว ผู้คนเลยขนานนามตามลักษณะของงาที่เป็นอยู่ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น.....

คำว่า "จ๊าง" เป็นภาษาเหนือ แปลว่า "ช้าง" คำว่า "ปู๊" เป็นสรรพนามเรียกขานสัตว์เพศผู้ และคำว่า "เอก " แปลว่า "หนึ่ง" หรือแปลว่า "อันเดียวหรืองาเดียว" ต่อมาภายหลังเมื่อ "จ้างปู๊เอก" อายุมากอยู่ในวัยแก่เฒ่า ชาวเมืองจึงได้ปล่อยลงมาหากินอย่างอิสระในป่า และก็ถึงกาลล้มหรือตายลงในลำห้วยในป่า ลำห้วยแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า "ห้วยปู๊เอก" ตามสรรพนามที่เรียกขานช้างเชือกนี้.....

เมืองแม่สรวย แต่โบราณนั้น ปัจจุบันกลายเป็นเมืองร้าง ผู้คนในท้องถิ่นเรียกขานกันว่า "คือเวียงเก่า" ตั้งอยู่ในเขตบ้านเด่นภูเวียง หมู่ที่ 14 ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย....







พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุ คุ้มเวียงสรวย

ประวัติและความเป็นมาในการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์ พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุ 
"คุ้มเวียงสรวย"

พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุ "คุ้มเวียงสรวย" แต่เดิมเคยเป็นเพียงกองก้อนอิฐมอญขนาดใหญ่ กองสุมรวมกันเป็นฐานสี่เหลี่ยม อันเป็นซากปรักหักพังของฐานพระเจดีย์เก่าแก่ ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านทางทิศตะวันตกของบ้าน หมู่ที่ 2ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของญาติโยมสาธุชนในท้องถิ่น ซึ่งเคารพนับถือสืบทอดต่อกันมาหลายช่วงอายุคน ผู้คนในท้องถิ่นเรียกขานกันว่า "แป๋ฝายน้อย" (คำว่า "แป่" แปลว่า ยอดเขา หรือยอดดอย)ส่วนฐานของพระเจดีย์เก่าแก่ที่ตั้งบนยอดเขานี้ ผู้คนเรียกขานกันว่า "กู่ฝายน้อย" (คำว่า "กู่" แปลว่า เจดีย์)

ในปี พ.ศ 2544พระอาจารย์สุกรี สุเมโธ (ตุ๊เจ้าถ้ำ)จึงได้มีดำริความคิดริเริ่มในการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ฯ นี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นปูชนียะสถานและเพื่อการจรรโลงในการเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงถาวรของพระพุทธศาสนา ซึ่งได้รับสังฆานุญาตจากคณะสงฆ์ นำโดยท่านพระครูสุนทรศิลปาคม เจ้าคณะตำบลแม่สรวย และได้รับความเมตตาอนุเคราะห์อุปถัมภ์ให้ความเอื้อเฟื้อในการใช้สถานที่บนยอดเขาแห่งนี้จากสำนักงานชลประทานแม่สรวย

ดังนั้นการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระมหาเจดีย์ฯ จึงเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1กรกฏาคม พ.ศ. 2544 ตรงกับวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ใต้ 10 เหนือ เป็นต้นมา และได้มีการกำหนดงานพิธีในการวางศิลาฤกษ์ของคณะสงฆ์ ในวันอาทิตย์ที่ 18  พฤศจิกายน พ.ศ.2544 ตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 1 ใต้ 3 เหนือ หลังจากนั้นจึงได้มีการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์ฯ ต่อเนื่องมาจวบจนเสร็จบริบูรณ์

ปัจจจุบันนี้ พระมหาเจดีย์พระบรมฐาตุ คุ้มเวียงสรวย ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 14 บ้านเด่นภูเวียง ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เนื่องเพราะในปี พ.ศ.2545ข้าราชการฝ่ายปกครองพลเรือน อำเภอแม่สรวย ได้ทำการแบ่งแยก บ้านหมู่ที่ 2 ให้เป็น 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 14 โดยถือเอาลำน้ำแม่สรวยเป็นเกณฑ์ในการแบ่งแยก และในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2550 คณะสงฆ์ของอำเภอแม่สรวย ได้รับพระเมตตากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อันเป็นประมุขสงฆ์แห่งประเทศไทย ประทานองค์พระบรมสารีริกธาตุ แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จำนวน 9 องค์ ..เพื่ออัญเชิญประดิษฐานบรรจุไว้ ณ ยอดพระมหาเจดีย์ และประทานเลื่อนระดับชั้นให้เป็น "พระมหาเจดีย์" โดยประทานเปลี่ยนชื่อใหม่จากชื่อเดิม คือ "พระธาตุคุ้มเวียงสรวย" มาเป็น "พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุ คุ้มเวียงสรวย" โดยท่านพระครูสุนทรศิลปาคม เจ้าคณะตำบลแม่สรวย เป็นผู้สนองรับการประทานในพระเมตตากรุณาธิคุณ (อ้างอิงโดยหนังสือพระสังฆฏีกาการประทานองค์พระบรมสารีริกธาตุจากสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศ กรุงเทพมหานครที่  148/2550 ลง ณ วันที่ 28 มกราคม 2550)

นับเป็นขวัญ กำลังใจ และเป็นที่ปลื้มปิติของญาติโยมสาธุชนในท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุ คุ้มเวียงสรวย นับเป็นอีกหนึ่งในศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนาของอำเภอแม่สรวย อันควรแก่การเคารพกราบไหว้ และสักการะบูชาของญาติโยมสาธุชนในท้องถิ่นและพุทธศาสนิกชนต่างถิ่น ที่เดินทางมาแสวงบุญและมาท่องเที่ยวในอำเภอแม่สรวย ตั้งแต่ปัจจุบันจวบจนถึงอนาคต ตราบชั่วกาลนาน....


ทางเดินขึ้นด้านหน้าสูงและชันมาก....





ภายในคุ้มเวียงสรวย...
พระอุปคุต

ช้างศึกของพ่อขุนทัพคุ้มเวียงสรวย....