อุโมงค์ถ้ำพระธาตุจอมผ่อ เวียงป่าเป้า เชียงราย

วัดอรัญญวิเวกคีรี (จอมผ่อ) ตั้งอยู่บนม่อนดอย ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และสวนสมุนไพรของวัด  นอกจากจะมีพระธาตุจอมผ่อ 1 ใน 9 จอมที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายให้สักการะกราบไหว้อิ่มบุญแล้ว ภายในบริเวณของวัดอรัญญวิเวกคีรี ยังมีอุโมงค์รอดท้องพญานาค ออกปากพระราหู ซึ่งอยู่ที่ชั้นล่างของวิหารวัด ด้านในอุโมงค์ถ้ำบรรยากาศเย็นสบายมีหลายทางให้เดินชม ภายอุโมงค์ถ้ำจะเป็นภาพวาดบอกเล่าเรื่องราวๆ ต่างๆ มากมายที่ผ่านมา เช่น บุคคลสำคัญในอดีต พ่อเมือง เจ้าเมือง ประวัติศาสตร์การสร้างเมือง ประเพณีต่างๆ ของทางภาคเหนือ เดือนทางภาคเหนือ ชนเผ่าต่างๆ ภาพเปรียบเปรยระหว่างนรกกับสวรรค์ เป็นต้น

อุโมงค์รอดท้องพญานาค ออกปากพระราหู เป็นสิ่งที่ทางวัดเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ และคงยังต้องใช้เวลาปรับปรุง ตกแต่งอีกหลายที่ มีบางภาพที่ยังวาดไม่เสร็จ มีโอกาสมาสักการะพระธาตุจอมผ่อแล้ว ถ้ามีเวลาเหลือพอ แนะนำไปเดินดูภาพวาดบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาได้ค่ะ..

ชั้นล่างเป็นอุโมงค์ถ้ำ
บรรไดไปถ้ำอยู่ด้านข้างของพระพุทธรูป
ทางเดินลงไปถ้ำอยู่ด้านในของวิหาร
อุโมงค์ถ้ำที่อยู่ชั้นล่างของวัด
ทางเดินในอุโมงค์ถ้ำ
ภาพวาดในอุโมงค์ถ้ำ
ปากพระราหู




พระธาตุจอมผ่อ เวียงป่าเป้า เชียงราย

พระธาตุดอยจอมผ่อ เป็นพระธาตุสำคัญ ๑ ใน ๙ ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่ วัดอรัญญวิเวกคีรี (จอมผ่อ) บ้านดง- หล่ายหน้า หมู่ ๗ ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ระยะทาง 2 กิโลเมตรจากปากทางถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ วัดพระธาตุม่อนจอมผ่อให้เข้าที่ป้ายบอกทางของเทศบาลตำบลเวียงป่าเป้า ซอย ๑๔  ขับไปตามป้ายบอกทางของวัด ถนนลาดยาง สะดวกในการเดินทาง

ตามหลักฐานเอกสารในทำเนียบการตั้งวัดของจังหวัดเชียงราย ระบุว่าได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๓ แต่ยังไม่พบหลักฐานอื่นใดอีก นอกจากหลักฐานทางโบราณวัตถุ เช่น เจดีย์ พระพุทธรูป กองหิน กองอิฐที่สันนิษฐานได้ว่า ตรงนี้เคยเป็นโบสถ์ เป็นวิหารมาก่อนเท่านั้น จากคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อนกล่าวว่า ที่วัดม่อนจอมผ่อนี้ เดิมมีพระพุทธรูปทองเหลืองทองแดง องค์เล็กองค์ใหญ่จำนวนมาก พิงอยู่ตามต้นไม้บ้าง วางอยู่บนกองอิฐกองดินบ้าง ไม่มีใครสนใจ เมื่อทางการได้เข้าไปสำรวจโบราณวัตถุ ประกอบกับทางวัดไม่มีผู้ดูแลที่แน่นอน จึงได้เก็บเอาพระพุทธรูปที่เป็นโลหะชนิดต่างๆ ไปรวบรวมไว้จนหมดไม่เหลือแม้แต่องค์เดียว ในระหว่างการรื้อเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ยังพบวัตถุมงคลอีกมากมายพร้อมแผ่นเงินจารึกประวัติการสร้างเจดีย์ที่จานด้วยเหล็กจานเป็นภาษาล้านนา จึงได้บูรณะเรื่อยมา จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๖ และได้จัดให้มีประเพณีสงฆ์น้ำพระธาตุจอมผ่อทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔  

งานบุญประเพณีประจำปีของวัดอรัญญวิเวกคีรี 
  1. งานสรงน้ำพระธาตุ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ (เดือนสี่ในปฏิทิน)
  2. งานทำบุญสลากภัตต์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ เหนือ
  3. งานเทศมหาชาติ ขึ้น ๗-๘ ค่ำ เดือนยี่เหนือ และทุกงานของเทศกาลประเพณีประจำปี

เมื่อกราบไหว้พระธาตุ และพระเจ้าทันใจพุทธชยันตี สำหรับพระเจ้าทันใจใช้เวลาก่อสร้าง 1 วันเสร็จ โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เวลา ๖ โมงเช้า - ๖ โมงเย็น ทางวัดยังมีบริการดื่่มน้ำต้มสมุนไพร แก้ปวดเมื่อยฟรี น้ำขิงและขนมฟรี เลือกชม เลือกดู เช่าบูชา วัตถุมงคลต่างๆ ปิดทองก้อนอิฐมงคล ๙ จอม ผูกผ้ายอดฉัตรพระเจ้าทันใจ และถ้าไม่รีบร้อนจนเกินไปแนะนำเข้าชมอุโมงค์ลอดท้องพญานาค ออกปากพระราหู

คำบูชาพระธาตุจอมผ่อ

อิทัง วันทามิ เจติยัง สักกัจจัง วะระสัญญิตัง เอเตนะ มะมะ บุญเญนะ สะทา โสตถี ภะวันตุเม       

ป้ายบอกระยะทาง  2 กม. จากถนนสายเชียงใหม่ - เชียงราย
ป้ายปากซอยเข้าวัด
พระธาตุจอมผ่อ
วัดอรัญญวิเวกคีรี
พระเจ้าทันใจ สร้างเสร็จใน 1 วัน
บรรยากาศของวัด
เช่าบูชา วัตถุมงคลต่างๆ 

พระหน้อยเติมบุญ
หม้อต้มสมุนไพร ๙ จอม


แผนที่ท่องเที่ยวอิ่มบุญสักการะพระธาตุ ๙ จอม





พระอุปคุต


พระอุปคุตที่พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุุคุ้มเวียงสรวย
พระอุปคุต งานปอยหลวงวัดป่าลัน

ประวัติความเป็นมา

"พระอุปคุต" เป็นภาษาบาลี ขณะที่ภาษาสันสกฤตเขียนว่า "อุปคุปต์" ซึ่งตรงกับภาษาที่พี่น้องชาวไตยบางท้องถิ่น ขานนามท่านว่า "ส่างอุปคุป" โดยมีความหมายว่า "ผู้คุ้มครองมั่นคง"
ชาวล้านนารู้จักอุปคุต ในนามผู้ปกป้องคุ้มครองภัย โดยเฉพาะการมีปอยหลวง งานพิธีกรรมของส่วนรวม จะมีการอาราธนาพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำ มาคุ้มครองการจัดงาน เพื่อมิให้เกิดเหตุเภทภัย และให้งานลุล่วงไปด้วยดี นอกจากจะเรียกว่า "พระอุปคุต" แล้วยังมีการเรียก "พระอุปคุตเถระ" หรือ "พระเถรอุปคุต"

ในบางท้องถิ่นล้านนา เชื่อว่า พระอุปคุตจะตะแหลง (แปลงร่าง) เป็นสารเณรน้อย ขึ้นมาบิณฑบาตในวันเป็งปุ๊ด หรือ เพ็ญพุธ (วันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธพอดี) เริ่มตั้งแต่ตีหนึ่งของวันพุธ ผู้คนจึงมักเห็นสามเณรน้อยเดินบินฑบาตไปตามถนน ทางสี่แพร่ง สามแพร่ง ตลอดจนถนนหนทางตามริมน้ำท่าน้ำต่างๆ จนกระทั่งตี๋นฟ้ายก หรือแสงเงินแสงทองออกมา จึงเนรมิตกายหายไป

พระอุปคุต เป็นพระอรหันต์สาวก ที่ทรงมหิทธานุภาพ ชอบอยู่ตามลำพังผู้เดียว ไม่ชอบเกี่ยวข้องกับผู้อื่น เป็นพระอรหันต์หลังสมัยพุทธกาล เพราะไม่พบประวัติท่านในพระไตรปิฏก แต่ปรากฏในจารึกพระเจ้าอโศก ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อร้อยกว่าปี หลังพุทธปรินิพพาน และปรากฏอยู่ในพระปฐมสมโพธิกถา ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส โดยอยู่ปริจเฉทที่ ๒๘ ที่มีชื่อว่า มารพันธ-ปริวรรต

ตามประวัติกล่าวว่า พระอุปคุต เกิดในตระกูลวานิช บิดาประกอบอาชีพค้าเครื่องหอม อยู่ที่เมืองมถุรา มีพี่น้องทั้งหมดรวมทั้งตัวท่านเองสามคน เดิมบิดาของท่านได้ให้คำสัญญากับพระสาณวารี (สาณสัมภูติ) หากมีบุตรชายจะให้อุปสมบทในพุทธศาสนา แต่ก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา กระทั่งมีบุตรคนที่สาม คือ ตัวท่าน ซึ่งมีโอกาสฟังธรรมจากพระสาณวารี จนเกิดดวงตาเห็นธรรม ประสงค์จะอุปสมบท บิดาท่านจึงต้องจำยอมอนุญาต เมื่อบวชแล้วได้เจริญวิปัสสนาโดยลำดับ จนบรรลุพระอรหันต์และได้เป็นอาจารย์ ทางสมถะกัมมัฏฐาน และวิปัสสนากัมมัฏฐานที่มีชื่อที่สุดในสมัยนั้น ดังปรากฏมีพระอรหันต์เป็นศิษย์ของท่านถึง ๑๘,๐๐๐ รูป

เชื่อกันว่า หากผู้ใดได้ใส่บาตรพระอุปคุต มักทำให้ร่ำรวย ปราศจากภัยทั้งปวง มีสมาธิจิตดี ไม่หลงลืม ชีวิตเป็นสุข ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้สร้าง พระอุปคุตปางต่างๆ ขึ้นมากมาย เช่น ปางล้วงบาตร เชื่อว่า ให้คุณทางทรัพย์สินเงินทอง ปางสมาธิ เชื่อว่า ให้คุณด้านสติปัญญาที่คมกล้า เฉียบแหลม

วิธีสักการะ
นิยมบูชาบนฐานรองรับกลางภาชนะใส่น้ำ เป็นการจำลองคล้ายกับท่านจำพรรษาอยู่ในมหาสมุทร แล้วใช้ดอกมะลิลอยในน้ำบูชาและต้องตั้งต่ำกว่าพระพุทธ เนื่องจากเป็น สาวกของพระพุทธเจ้า

คำบูชาขอลาภพระอุปคุต (นะโม ๓ จบ)
มหาอุปคุตโต จะมหาลาโภ พุทโธลาภัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ราชาปุริโส อิถีโยมานัง นะโมโจรา เมตตาจิตตัง เอหิจิตติจิตตัง ปิยังมะมะ สะเทวะกัง สะพรหมมะกัง มะนุสสานัง
สัพพะลาภัง ภะวันตุเม ฯ เอหิจิตติ จิตตังพันธะนัง อุปะคุตะ จะมหาเถโร พุทธะสาวะกะ อานุภาเวนะ มาระวิชะยะ นิระภะยะ เตชะปุญณะตา จะเทวะตานัมปิ มะนุสสานันปิ เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ อิมังกายะ พันธะนัง อะทิถามิ ปะอัยยิสสุตัง อุปัจสะอิ ฯ



ปอยหลวงวัดดินดำ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

งานปอยหลวงตัดหวายฝังลูกนิมิต โดยทั่วไปไม่ได้มีการจัดขึ้นมาบ่อยนักเหมือนงานอื่นๆ และเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญและบูชาลูกนิมิตลูกเล็กๆ ที่ทางวัดได้จัดไว้สำหรับผู้มีจิตศรัทธาได้บูชาลูกละ 100 บาท ส่วนธูปเทียน แผ่นทอง บูชา ชุดละ 20 บาท สำหรับนำไปบูชาและปิดทองลูกนิมิตทั้ง 9 ลูก ในงานปอยหลวงฉลองพระอุโบสถ ปิดทอง และตัดหวายฝังลูกนิมิต ที่วัดดินดำ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย โดยงานจัดตั้งแต่วันที่ 3 - 6 พฤษภาคม 2556

ส่วนลูกนิมิตลูกเล็กที่บูชาเมื่อปิดทองเสร็จ ตั้งจิตอธิฐานแล้วโยนลงในหลุมลูกนิมิตลูกต้น สำหรับลูกนิมิต จะมีอยู่ด้วยกัน 9 ลูก โดยลูกต้น จะอยู่กลางโบสถ์ของวัดส่วนอีก 8 ลูก จะวางเรียงรายรอบพระวิหารตามทิศ และลูกนิมิตทุกลูกก็จะมีคำอธิฐานปิดทองลูกนิมิตให้อ่านด้วย...งานปอยหลวงโดยทั่วไปก็จะจัดเหมือนกันเกือบทุกวัด ที่ขาดไม่ได้คือ การฟ้อนโชว์จากวัดต่างๆ ซอ มีทุกวัด และผู้ที่ตั้งตารอดูซอ คงหนีไม่พ้นผู้เฒ่า ผู้แก่ เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกลางคืนก็แล้วแต่ว่าแต่ละวัดจะจัดอะไร เช่น รำวงย้อนยุค มวย ลิเก หนังกลางแปลง ชิงช้าสวรรค์ เป็นต้น 

ตัวอย่างของคำอธิฐานที่ทางวัดดินดำได้จัดเตรียมไว้ให้อ่าน.....ให้เริ่มลูกต้นก่อน

ปิดนิมิตลูกต้นอธิฐานว่า "ขอเดชะ บุญทาน การกุศล ปิดนิมิตอุโบสถ ทศพล เริ่มลูกต้น กลางโบสถ์ โชติตระการ เป็นนิมิต ลูกเอกเสก ประสาท งามโอภาส มาศเฉลิม เสริมสัณฐาน เป็นนิมิต เตือนตา สาธุการ ท่ามกลางงาน บุญพิธี ผูกสีมา เกิดชาติหน้า อย่ารู้เข็ญ ได้เป็นใหญ่ รูปวิไลเป็นเสน่ห์ดังเลขา" ต่อมาลูกที่ 2 วางไว้หน้าโบสถ์วิหารของวัดอธิฐานว่า "ปิดนิมิต ลูกทิศ บูรพา ให้ก้าวหน้า เกียรติยศ ปรากฏไกล" ปิดนิมิตลูกที่ 3 อธิฐานว่า "ปิดนิมิต ลูกทิศ อาคเน่ย์ ขอให้เทวาประสิทธิ์ พิศสมัย"  ปิดนิมิตลูกที่ 4 อธิฐานว่า "ปิดนิมิต ทิศทักษิณ ศักดิ์ชัย ให้สมใจ สมบัติ วัฒนา" ปิดนิมิตลูกที่ 5 อธิฐานว่า "ปิดนิมิต ลูกทิศ หรดี ขอให้ชีวิต มั่น ชันษา" ปิดนิมิตลูกที่ 6 อธิฐานว่า "ปิดนิมิต ทิศประจีน อิ่มอุรา ปรารถนา ใดได้ ดั่งใจปอง" ปิดนิมิตลูกที่ 7 อธิฐานว่า "ปิดนิมิต ทิศพายัพ ดับทุกข์โศก นิราศโรค นิราศภัย ร้ายทั้งผอง" ปิดนิมิตลูกที่ 8 อธิฐานว่า "ปิดนิมิต ทิศอุดร กรประคอง ได้เงินทอง สมหมาย ทุกรายการ" ปิดนิมิตลูกที่ 9 อธิฐานว่า "ปิดนิมิตทิศอีสาน ประการท้าย ให้สมหมาย ได้สุข ทุกสถาน รวม เก้าลูก สุกใส ใจเบิกบาน กว่าจะถึง ซึ่งนิพพาน เมื่อนั้นเทอญ"

ป้ายบอกทางเข้าวัด
ถนนในหมู่บ้าน
วัดดินดำ
พระธาตุทันใจ
ชุดบูชาลูกนิมิต และธูปเทียน
ลูกนิมิตลูกต้น
ลูกนิมิตลูกที่ ๒



บรรยากาศของงาน






ตุงปี๋ใหม่เมือง

เมื่อถึงเดือนเมษายนของทุกปีก็จะเข้าสู่เทศกาลประเพณีปี๋ใหม่เมืองของทางภาคเหนือ วันปี๋ใหม่เมืองจะมีอยู่ด้วยกันหลายวัน เริ่มตั้งแต่วันแรก คือ "วันสังขารล่อง" วันนี้แต่ละบ้านก็จะนำเอาผ้าห่ม มุ้ง เสื้อผ้าออกมาซักให้ไหลล่องไปกับสังขารตามความเชื่อ...สมัยก่อนรุ่นปู่ย่าตายายเขาจะซักผ้าตามแม่น้ำ และให้สระผมโดยให้หันศีรษะไปตามทิศที่ทำนายไว้ตามหนังสือปี๋ใหม่เมือง วันต่อมาก็จะเป็น "วันเนาว์" หรือ "วันเน่า " คนเหนือจะเรียกว่าวันเน่า เป็นวันที่ทุกหลังคาเรือนจะทำขนมเพื่อนำไปทำบุญที่วัด และเป็นอีกวันที่ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าห้ามด่า ห้ามว่าร้ายกัน เพราะจะทำให้ปากเหม็นเน่าตามชื่อของวัน และวันเน่ายังเป็นวันที่ต้องไปขนทรายเข้าวัดอีกด้วย วันต่อมาก็จะเป็น "วันพญาวัน" วันนี้ทุกคนก็จะแต่งตัวสวยด้วยเสื้อผ้าใหม่พากันไปทำบุญที่วัด วันนี้เป็นวันที่ผู้เฒ่าผู้แก่เขาห้ามเด็ดดอกไม้ ห้ามทะเลาะกัน ห้ามจ่ายเงิน ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วย และวันสุดท้ายของเทศกาลวันปี๋ใหม่เมืองก็คือ "วันปากปี" วันนี้ก็จะเป็นอีกวันที่ต้องไปวัดเพื่อทำบุญส่งเคราะห์บ้าน...

การก่อเจดีย์ทรายก็เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่มีมาคู่กับเทศกาลปี๋ใหม่เมือง ซึ่งแต่ละบ้านก็จะพากันไปขนทรายเข้าวัดกันในวันเน่า เหตุที่ต้องขนทรายเข้าวัดก็เพราะว่าเวลาเราไปทำบุญที่วัดทุกครั้ง รองเท้าหรือเท้าเราก็จะเหยียบเอาทรายออกมาด้วย พอถึงวันปี๋ใหม่เมือง เราจึงต้องพากันไปขนทรายกลับคืนเข้าวัดให้เหมือนเดิม..

สำหรับตุงที่นำมาปักเจดีย์ทรายมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ตุง 12 ราศีหรือตุงนักบัตร ตุงพญายอหรือตุงไส้หมู ตุงตัวผู้ ตุงตัวเมีย ตุงสามเหลี่ยมหรือตุงช่อ นำมาปักบูชาพระเจดีย์ทราย ตามความเชื่อว่าผู้ที่บูชาตุงตัวเปิ้งชีวิตจะรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุข ทำมาค้าขึ้น ตุงตัวเปิ้งมีทั้งหมด 12 ราศี มีชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะเมีย วอก ระกา จอ และสุดท้ายปีกุน นอกจากการบูชาตุงแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การตานไม้ค้ำต้นโพธิ์ เพื่ออุปถัมภ์ค้ำจุนชีวิตเราให้รอดพ้นจากสิ่งที่ก่อให้เกิดทุกข์อีกด้วย


หนังสือปี๋ใหม่เมือง

ตุงแบบต่างๆ 

ไม้ง่ามหรือไม้ค้ำต้นโพธิ์
วัดป่าลัน แม่สรวย เชียงราย







เล่าค่าวเมืองเหนือ

การเล่าค่าวเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่คิดคำค่าวและแต่งเองแล้วนำมาเล่าค่าวให้กันฟังในงานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ งานปอยบวชลูกแก้ว และเล่าค่าวกันจนสว่าง สมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่มี ไม่มีเครื่องเสียง ไม่มีดนตรี ไม่มีเพลงให้ฟังเหมือนกับปัจจุบัน เมื่อมีงานก็อาศัยการเล่าค่าวเพื่อสร้างความสนุกสนานรื่นเริงให้กับผู้ที่มาร่วมงานได้ฟังกัน อย่างเช่นงานศพก็จะเล่าค่าวเพื่อให้คลายความหมองเศร้า  และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปการเล่าค่าวจึงหายไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงมีหลงเหลือให้ฟังอยู่ไม่มากนักกับผู้เฒ่าผู้แก่..ในยุคปัจจุบัน

ค่าว..ปั๋นปอนปี๋ใหม่
ยอหัตถา ฝ่ามือกราบนบ ต่านตี่เคารพ ปี่น้องตังหลาย เจิญฟังค่าวจ้อย ม่อนน้อยขะย๋าย บ่ว่าญิงจาย ตายายปี่ป้า 55 ผ่านไป ปี่น้องเจ้าข้า เป๋นปี่จัยยา บ่น้อย 56 เข้ามา สดใสช้อยล้อย เป๋นปี๋โจ๊คห้อย เนอนาย ม้าอัศฏรเรืองไลเชิดสาย เป๋นปี๋สบาย เนอนายปี่ข้า สัปปะเคราะห์ปี๋ เดือนวันตั๋วกล้า ขอได้รีรา กาดก้อยเคราะห์เจ็บเคราะห์เป๋น หนาวเย็นใหญ่น้อย อย่ามาจ่องห้อย ก๋ายา สัปปะเคราะห์ฮ้าย อย่ามาคล้ายมาหาหื้อได้ไกกา ตกน้ำแม่กว้าง ตั้งแต่นี้ไป หื้อสมไฝ่อ้าง เนอปี๋น้องเฮา 8 ทิศ เจ้านายต้าวขุน ไพร่ราษฏร์ญาติมิตร เมื่อคิดอยากได้ อันใด หื้อสมใฝ่คิด ดั่งความตั้งใจ๋ บ่ว่าญิงจาย เหมือนกั๋นตั่วหน้า หาเงินได้เงินหาทองเจ้าข้า ทรัพย์สินไหลมา ดั่งน้ำ จะเยี๊ยะอันใด มีของเตื่อมก้ำ เนอปี่น้องข้า อาวอา อายุวรรณะ พละสุขา โหตุตีฆา เหมือนกั๋นจู่ผู้ ลงทุนก้าขาย แม่นกเขาตู้ ก่ำไรไหลจู เตียงเต้า หลับดีฝันดี กู่ค่ำกู่เจ้าเนอปี่น้องเจ้า คนดี จะยกย่างย้าย นาดคล้ายวีถี 8 ทิศก็ดี มีจัยโจ๊คกล้า ล่ำรวยเงินทอง เหมือนกันตั่วหน้าพร้อมฝูงอาวอา ญาติมิตร ตั่วประเทศไทย สดใสเรืองฤทธิ์ จีวิตเจิดจ้า เนอนาย อยู่เย็นเป๋นสุข สมดั๋งใจ๋หมาย สมกำบรรยาย เนอนายปี่ป้า ม่อนขออวยพร เถิงปี่น้องข้า ตั่วถิ่นไทยนา 8 ทิศ ปริโยสาน ก่อนเนอญาติมิตร ขอพักเต้าอี้ วางลง ทุกๆ คน โจคดีเนอเจ้า เต้านี้ก่อนแหละนายเฮอ..
สบัญงายมหลายป๋ายใบกว้าง ในปี๋ 56 ขออย่าได้ขาดว้าง หื้อได้อยู่สร้าง เจริญเจริญก่อน

ลุงโต ขุนหวัง กับค่าวตุ๊กร้อยแปด (ทุกข์ 108)
ป้าป้าน วงศ์ปิ่นแก้ว กับค่าวเจ้าหงส์หิน ตอนต่วยหาแม่เฒ่า
แม่อุ้ยปั๋น จันทร์กาวี กับค่าวปั๋นปอนปี๋ใหม่





สืบฮีต ต๋ามฮอย ปี๋ใหม่เมือง

"สืบฮีต ต๋ามฮอย ปี๋ใหม่เมือง" เป็นอีกงานหนึ่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าก๊อและสภาวัฒนธรรมตำบลท่าก๊อ ร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แล้วแต่ว่าจะเลือกจัดในวันไหน ปีนี้จัดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2556  ซึ่งเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามและมีมาแต่ดั้งเดิมไว้..

กิจกรรมภายในงานนอกจากการรดน้ำ ดำหัวผู้สูงอายุ เพื่อขอพรจากท่านแล้ว ยังมีการละเล่นพื้นบ้านอีกหลายอย่างให้ชม เช่น กีฬาเตะปิ๊บของผู้สูงอายุ มวยทะเล ปีนเสาน้ำมัน ซอ การเล่าค่าว ปิดตาแต่งหน้า การเต้นรำวงย้อนยุคของหมู่บ้านที่ชนะการประกวดงานเปิดแหล่งท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำแม่ก๊อหลวงที่ผ่านมา และมีการเล่นกีฬาอีกอย่างหนึ่งที่มีมาคู่กับวันปี๋ใหม่เมือง คือ การเล่นโยนลูกกลอน หรือภาษาเหนือจะเรียกว่า "เล่นบ่ากลอน" ลูกกลอนทำด้วยเม็ดมะขามและเย็บด้วยผ้าเป็นถุงเล็กๆ สมัยเมื่อก่อนอาจไม่มีของเล่นอะไรมากมายเหมือนตอนนี้ยุคไอทีที่เด็กๆ อาจไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น ไม่เคยเล่นมาก่อนให้ชมด้วย..