ชนชาติพันธุ์ปะหล่อง

ประวัติความเป็นมา....ปะหล่อง เป็นชนเผ่าที่อพยพจากเมียนมาร์เข้าสู่ไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ.2527 เรียกตัวเองว่า "ดาละอั้ง" คำว่า ปะหล่องเป็นภาษาไทยใหญ่ ได้มีปะหล่องจำนวนประมาณ 2,000 คน อพยพมารวมกันที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ บริเวณดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่หมู่บ้านนอแล

บ้านปะหล่องโดยทั่วไป.... จะเป็นบ้านแบบยกขึ้น ความสูงประมาณ 1-3 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลาดชันของไหล่เขา ก่อสร้างด้วยวัสดุในท้องถิ่น เสาทำด้วยไม้จริง พื้นและฝาใช้ฟากไม้ไผ่ หลังคามุงหญ้าคาพื้นที่ใช้สอยประกอบด้วยห้องเอนกประสงค์ ซึ่งใช้สำหรับการรับแขก และหุงหาอาหาร บริเวณด้านในสุดเป็นส่วนนอนของสมาชิกในครอบครัว มีเตาไฟอยู่กลางห้องและหิ้งพระอยู่ที่หัวนอน

ศาสนาและความเชื่อ....ชาวปะหล่องได้ชื่อว่า เป็นกลุ่มชนที่ยึดถือคติธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด วิถีชีวิตของชาวบ้านอยู่กันอย่างสุขสงบ และยังคงมีความเชื่อเรื่องวิญญาณควบคู่ไปกับการนับถือศาสนาพุทธโดยเชื่อว่าวิญญาณโดยทั่วไปจะมี 2 ระดับระดับหนึ่งเรียกว่า "กาบู" เป็นวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอีกระดับหนึ่งคือ "กานำ" เป็นวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น ต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ

การบูชาผีเจ้าที่....จะกระทำปีละ 2 ครั้ง คือ ช่วงก่อนเข้าพรรษา 1 ครั้ง และช่วงก่อนออกพรรษาอีก 1 ครั้ง พิธีบูชาผีเจ้าที่ก่อนเข้าพรรษาเรียกว่า "เฮี้ยงกะน่ำ" มีจุดมุ่งหมายเพื่อบอกกล่าวแก่ผีเจ้าที่หรือเป็นการย้ำแก่ผีเจ้าที่ว่าในช่วงเข้าพรรษา ชาวบ้านจะไม่มีการเอาผัวเอาเมีย หรือมีพิธีแต่งงานเกิดขึ้น จากนั้นจึงทำพิธี "กะปี๊ สะเมิง" ปิดประตูศาลผีเจ้าที่เมื่อใกล้จะออกพรรษาชาวบ้านก็จะทำพิธี "แฮวะ ออกวา" คือบูชาผีเจ้าที่อีกครั้งหนึ่งเพื่อทำการเปิดประตูศาลผีเจ้าที่หรือ "วะ สะเมิง" เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าช่วงฤดูที่ชาวบ้านจะมีการแต่งงานกันมาถึงแล้วและในพิธีแต่งงานนี้จะมีการเชื้อเชิญผีเจ้าที่ออกไปรับเครื่องเซ่นบูชาด้วย...(ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)


















ชนชาติพันธุ์ผู้ไทย (ภูไท)

ในพงศาวดารเมืองแถง (แถน) กล่าวถึงการกำเนิดมนุษย์และถิ่นกำเนิดของชาวภูไทว่า "เกิดจากเทพสามีภรรยา 5 คู่ เมื่อหมดอายุบนสวรรค์จึงอธิษฐานจิตเนรมิตน้ำเต้าขึ้นมาเทพทั้ง 5 คู่ ก็เข้าไปอยู่ในน้ำเต้า น้ำเต้าลอยจากสวรรค์มาตกบนภูเขาที่ทุ่งนาเตา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองแถงไปทางตะวันออกเป็นระยะทางเดิน 1 วัน น้ำเต้าได้แตกออก เทพได้กลายเป็นมนุษย์ 5 คู่ ออกมาจากน้ำเต้าทีละคู่ตามลำดับ คือ ข่า ภูไท ลาวพุงขาว ฮ่อ (จีน) และแกว (ญวน) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมนุษย์ 5 เผ่าพันธุ์"

ในดินแดนนี้แบ่งได้ 2 พวกคือ
1. ภูไทขาว อาศัยอยู่เมืองเจียน เมืองมุน เมืองบาง มีเมืองไลเป็นเมืองใหญ่ รวม 4 เมือง ดินแดนแถบนี้อยู่ใกล้ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อากาศหนาว ชาวภูไทจึงมีผิวขาว อีกทั้งได้รับอารยธรรมจากจีน โดยเฉพาะการแต่งกายในพิธีศพ ซึ่งนิยมนุ่งขาว ห่มขาว จึงเีรียกชาวภูไทกลุ่มนี้ว่า ภูไทขาว
2. ภูไทดำ อาศัยอยู่เมืองควาย เมืองคุง เมืองม่วย เมืองลา เมืองโมะ เมืองหวัด เมืองซาง มีเมืองแถง (แถน) เป็นเมืองใหญ่ รวมเป็น 8 เมือง และนิยมแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองย้อมครามเข้ม และอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำดำ ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรม จึงเรียกว่า ภูไทดำ

เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดรองลงมาจากกลุ่มไทลาว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแม่น้ำโขงแยกกลุ่มนี้ออกจากภูไทในภาคเหนือของลาว และญวน กลุ่มภูไทกลุ่มใหญ่ที่สุดอาจจะอยู่แถบลุ่มน้ำโขงและแถบเทือกเขาภูพาน

อุ หรือเหล้าไห หรือ ช้าง เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ชนเผ่าภูไทยังอนุรักษ์และสืบทอดมาสู่ลูกหลาน เดิมนั้น ชนเผ่าภูไทใช้เหล้าอุในการเลี้ยงสังสรรค์ ต้อนรับเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยือน อุ เป็นเครื่องดื่มที่ออกฤทธิ์มึนเมาซึ่งได้ทำมาจากข้าวเหนียว แกลบ รำข้าวและแป้งยีสต์ ปัจจุบัน อุ เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เมื่อมีการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการฟ้อนรำภูไท ก็จะมีการเชิญแขกร่วมดูดอุกับสาวภูไท เรียกว่า "การชนช้าง" ซึ่งเป็นประเพณีที่ขาดไม่ได้และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนอย่างไม่มีวันลืม

อุปกรณ์ในการทำเหล้าอุ เตาถ่าน, หม้อนึ่งพร้อมหวด, ไม้กระด้าม, กะเบียน, ชามใหญ่, ไหมังกรใหญ่, ไหบรรจุเหล้า, หลอดดูด, ขี้เถ้า, แกลบ, ข้าวสาร (ข้าวกล้อง) หัวเชื้่อเหล้า (ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)
















เชียงรายดอกไม้งาม ครั้งที่ 10 "ดอกไม้ สายลม และเสียงเพลง"

เชียงรายดอกไม้ ครั้งที่ 10 ปีนี้จัดขึ้นในบรรยากาศของ "ดอกไม้ สายลม และเสียงเพลง" ในระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2556-20 มกราคม 2557 ณ บริเวณสวนตุงและโคมนครเชียงราย  ซึ่งเป็นสวนสาธารณะตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเชียงราย ด้วยการนำพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับมาตกแต่งรวมถึงไม้ดอกเมืองหนาวที่สวยงามหลากหลายพันธุ์โดยเฉพาะดอกทิวลิปปีนี้สีสันสวยงามมาก และประติมากรรมดอกไม้ อาทิ อุโมงค์ดอกไม้ ชิงช้าดอกกล้วยไม้สีม่วง ซุ้มดอกไม้หลากสีสัน และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ดอกไม้ สายลม และเสียงเพลง ด้วยการจัดดนตรีในสวน (Music In The Park) ระหว่าง 20 ธ.ค. 56 - 14 ก.พ. 57 ที่นี่ก็จะมีศิลปินนักร้องมาแสดงสลับกับการประกวดวงดนตรีให้ชมทุกคืนวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป...บริเวณด้านข้างของสวนตุงและโคมนครเชียงรายจะเป็นโซนอาหารเลิศรสและสินค้าโอทอปนะค่ะ....



















สาดไตหย่า ความภูมิใจที่ยังคงอยู่

สาดไตหย่า ความภูมิใจที่ยังคงอยู่....การสานสาดไตหย่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พึ่งจะเคยเห็นการสานเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2013 ที่บ้านชาติพันธุ์ไตหย่า ตรงข่วงวัฒนธรรมสวนไม้งามริมน้ำกก เมื่อสานเสร็จขายในราคาผืนละ 300 บาท การทอเสื่อกกต้องใช้ผู้ทอ 2 คน สาดไตหย่าต้องนำมาใช้งานบ่อยๆ ถึงจะนั่งแล้วนุ่มไม่แข็ง....

ตามประวัติ....นายเลาหล่าย ชาวไตหย่าที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยได้เป็นผู้นำหัวสาดแช่น้ำในระบอกไม้ไผ่มาเพียง 3-4 หัว เข้ามาด้วย โดยได้เพาะไว้ถึง 3 ปี จึงมีเส้นสาดพอที่จะทอเป็นสาดได้ผืนแรก ต่อมาได้ขยายพันธุ์ไปในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จนถึงปัจจุบันนี้ ได้ขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงและกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของเชียงราย ต้นเสื่อกกที่ปลูกประมาณ 3-4 เดือน จึงสามารถนำมาทอเป็นผืนเสื่อได้ก่อนทอสาดไตหย่าต้องนำเส้นเสื่อกกตากให้แห้ง....



สาดไตหย่าที่สาดเสร็จแล้ว
การสานสื่อกกต้องมีผู้ทอช่วยกัน 2 คน
การแต่งกายแบบไตหย่า
ชุดไตหย่า





สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย....เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ก่อนถึงอำเภอปาย ที่บ้านท่าปาย ตำบลแม่ฮี้ เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารญี่ปุ่นใช้เป็นเส้นทางเดินทัพจากเชียงใหม่ ผ่านอำเภอปายไปยังประเทศพม่า เป็นสะพานเหล็กที่นักท่องเที่ยวเดินเล่นสัมผัสกับกลิ่นอายของอดีตกับสงครามโลกที่เกิดขึ้น ณ จุดนี้ หรือถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับมุมสวยกลางสะพาน เป็นสะพานประวัติศาสตร์ข้ามแม่น้ำปายที่ยาวเลยเดินไม่สุดสะพานกันเพราะต้องเดินทางต่อ...บริเวณ 2 ฝั่งถนนของสะพานประวัติศาสตร์จะเป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านกาแฟกับมุมสวยให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะร้าน Coffee Tea Sapan จุดเด่นที่หน้าร้านกับบุรุษไปรษณีย์...มุมที่ไปถึงแล้วต้องถ่ายรูป ก่อนจะเข้าไปเที่ยวในตัวอำเภอปาย...แวะพักผ่อนที่สะพานประวัติศาสตร์ท่าปายก่อนได้นะค่ะ...