อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "หนองหลวงแหล่งปลา ดอนศิลาผาใหญ่ พระเจ้ากือนาลือไกล เวียงชัยข้าวดี"

ประวัติความเป็นมา

พงศาวดารหลายฉบับกล่าวว่า เมื่อราว พ.ศ.๑๙๐๐ พญาไชยนารายณ์ โอรสองค์ที่ ๒ ของพญามังรายมหาราช ได้ทรงสร้างเมืองขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่ตำบลเมืองชุม เรียกชื่อว่า "เวียงชัยนารายณ์" ต่อมาเมืองได้ร้างไปเนื่องจากภัยสงคราม จนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งปรากฏเรื่องราวในประวัติศาสตร์อีกว่าเมืองร้างแห่งนั้นเรียกว่า "ปางเวียงชัย" อยู่ห่างจากเมืองเชียงรายไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๘ กิโลเมตร ได้มีผู้คนเริ่มทยอยเข้าไปทำมาหากินตั้งบ้านเรือนอยู่ จนกลายเป็นหมู่บ้านเรียกว่า "บ้านเวียงชัย" ต่อมาได้มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่นั้นมากขึ้นและตั้งเป็นตำบลเรียกว่า "ตำบลเวียงชัย" ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘ อำเภอเมืองเชียงราย ได้ดำเนินการขอแยกตำบลเวียงชัย ตำบลทุ่งก่อ และตำบลผางาม ตั้งขึ้นเป็น "กิ่งอำเภอ" กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ให้แบ่งท้องที่อำเภอเมืองเชียงราย จำนวน ๓ ตำบลนี้ ตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอเรียกว่า "กิ่งอำเภอเวียงชัย" ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๑๗ และได้ยกฐานะเป็น "อำเภอ" เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๒๒ จากนั้นเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๘ กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศแยกตำบลทุ่งก่อ ตำบลดงมหาวัน ตำบลป่าซาง ออกจากอำเภอเวียงชัย จัดตั้งเป็น "กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง" ปัจจุบันอำเภอเวียงชัยแบ่งเขตการปกครองเป็น ๕ ตำบล ๖๙ หมู่บ้าน (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)





อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "เจ้าหลวงเวียงแก่น ชายแดนไทยลาว น้ำงาวพราวใส ผาไดเด่นดัง ผาตั้งเด่นนาน ส้มโอหวานทองดี"

ประวัติความเป็นมา

กิ่งอำเภอเวียงแก่น ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๐ และได้เปิดทำการให้บริการประชาชนตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๓๐ เป็นต้นมา โดยแบ่งท้องที่การปกครองจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ออกมาตั้งเป็นกิ่งอำเภอเวียงแก่น มีท้องที่การปกครอง ๓ ตำบล ประกอบด้วย ตำบลม่วงยาย ตำบลหล่ายงาว ตำบลปอ ทางทิศใต้ของที่ว่าการอำเภอเวียงแก่นปัจจุบัน ในอดีตเคยเป็น "เมืองเวียงแก่น" ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำงาว มีอายุประมาณ ๗๐๐ ปี ราวๆ สมัยกรุงสุโขทัยและเมืองเชียงราย มีเนื้อที่ประมาณ ๙๐ ไร่เศษ มีคูน้ำล้อมทั้ง ๔ ทิศ ลึกประมาณ ๑๐ เมตร โดยตลอดมีกำแพงกั้นอาณาเขตของตัวเมืองอย่างแน่นหนามี "เจ้าหลวงเวียงแก่น" เป็นผู้ครองเมือง ต่อมาได้เกิดสงครามสู้รบกับกองทัพของพญามังรายมหาราช จากการสู้รบครั้งนั้น เจ้าหลวงเวียงแก่นผู้ครองเมือง ได้สิ้นพระชนม์ในที่รบไปด้วย จากนั้นเมืองเวียงแก่นได้ถูกทิ้งร้าง ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแก่เจ้าหลวงเวียงแก่น ซึ่งเป็นผู้ครองเมืองเวียงแก่นในอดีต และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กิ่งอำเภอที่ตั้งขึ้นใหม่ ประชาชนทั้ง ๓ ตำบล จึงได้เสนอชื่อกิ่งอำเภอว่า "กิ่งอำเภอเวียงแก่น" ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเวียงแก่น เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๓๘ (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)





อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "พระธาตุจอมจ้อคู่บ้าน น้ำลาว หงาว อิง คู่เมือง ภูชี้ฟ้าลือเลื่อง งามประเทืองดอกเสี้ยวบาน"

ประวัติความเป็นมา

มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มมีการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยขุนเจื๋อง ราชโอรสขุนจอมธรรม ผู้ปกครองเมืองภูกามยาม (จังหวัดพะเยา ในปัจจุบัน) ประมาณจุลศักราช ๔๘๒ (พ.ศ.๑๑๖๓) เป็นหัวเมืองที่สำคัญของเมืองภูกามยาวนคร ต่อมาการปกครองได้แตกสาขาแยกเมืองออกมาปกครองมากขึ้น เมืองเทิงจัดอยู่ในเขตปกครองของบริเวณนครน่าน ตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ ร.ศ.๑๑๔ (พ.ศ.๒๔๓๘) เรียกว่า "กิ่งแขวงเมืองเทิง" จัดแบ่งหมู่บ้านต่างๆ เป็น ๑๔ แคว้น พ.ศ.๒๔๔๗ กิ่งแขวงเมืองเทิง ได้โอนจากบริเวณน่านเหนือมาขึ้นกับเมืองเชียงราย โดยมีพระยาพิศาลคีรีเมฆ เป็นผู้ปกครองกิ่งแขวงเมืองเทิง พ.ศ.๒๔๕๗ ได้ยกฐานะเป็นอำเภอเทิงขึ้นต่อจังหวัดเชียงราย มีนายอำเภอคนแรก ชื่อ "ขุนวัฒนานุการ" (รองอำมาตย์โทโป๊ะ วัฒนะสมบัติ) นับแต่ พ.ศ.๒๔๕๗ เรื่อยมา จนถึง พ.ศ.๒๔๕๘  อำเภอเทิงมีนายอำเภอทั้งหมด ๓๔ คน โดยนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ เป็นนายอำเภอตั้งแต่ ตุลาคม ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบัน (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)





อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "แม่น้ำลาวคู่บ้าน ห้วยส้านพลับพลาคู่เมือง พระธาตุจอมหมอกแก้วลือเลื่อง"

ประวัติความเป็นมา

ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ โดยแยกพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมืองเชียงราย จัดตั้งเป็น "กิ่งอำเภอแม่ลาว" เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ประกอบด้วยพื้นที่ ๕ ตำบล คือ ตำบลบัวสลี ตำบลป่าก่อดำ ตำบลจอมหมอกแก้ว ตำบลดงมะดะ และตำบลโป่งแพร่ (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)








อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "พระตำหนักดอยตุงล้ำค่า สมเด็จย่าเป็นมิ่งขวัญ เผ่าพันธุ์หลากหลาย มากมายชาดี งามสดสีชากุระ"

ประวัติความเป็นมา

อำเภอแม่ฟ้าหลวง ได้ประกาศจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕ โดยแยกการปกครองจากอำเภอแม่จัน และได้รับพระราชทานชื่อ "กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง" จากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)






อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "พระธาตุจอมแว่ศักดิ์สิทธิ์ แหล่งผลิตลำใย ถ้ำผาโขงงามสดใส เลื่องลือไกลถิ่นข้าวสาร งามตระการพระธาตุสามดวง เที่ยวดอยหลวงน้ำตกปูแกง"

ประวัติความเป็นมา

อำเภอพานเดิมได้ปกครองตามระบอบ "พ่อเมือง" ที่ทำการตั้งอยู่ที่บ้านฝั่งตื้น ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ ๘ ตำบลม่วงคำ พ่อเมืองนี้ขึ้นตรงต่อเจ้าผู้ปกครองนครลำพูน ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๐ ทางราชการได้เปลี่ยนฐานะการปกครองจากระบอบพ่อเมืองขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ โดยมีปลัดอำเภอเป็นปลัดกิ่งอำเภอมาประจำ เรียกว่า "กิ่งอำเภอพาน" ต่อมาได้โอนกิ่งอำเภอเมืองพานเข้าไปอยู่กับอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ครั้นถึง พ.ศ.๒๔๕๑ ได้ขึ้นตรงต่ออำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๕ ได้ยกฐานะกิ่งอำเภอเมืองพาน แล้วยุบอำเภอแม่ใจ และเขตอำเภอเมืองเชียงรายบางส่วนให้ขึ้นกับอำเภอเมืองพาน และย้ายที่ว่าการอำเภอจากบ้านฝั่งตื้นไปตั้งที่ตำบลเมืองพาน อันเป็นที่ทำการอำเภอปัจจุบัน มีนามว่า "อำเภอเมืองพาน" ซึ่งต่อมาทางราชการได้สั่งให้เปลี่ยนชื่ออำเภอเสียใหม่ว่า "อำเภอพาน" เพราะชื่อคำว่า "เมือง" ไปตรงกับอำเภอเมืองเชียงราย ฉะนั้นอำเภอเมืองพาน จึงตัดคำว่าเมืองออกไป คงเรียกว่า "อำเภอพาน" มาจนกระทั่งทุกวันนี้ (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)








อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย

คำขวัญประจำอำเภอ "พระแสนแช่คู่บ้าน พระธาตุขุนตาลคู่เมือง รอยพระบาทลือเลื่อง ขุนตาลเมืองคนดี"

ประวัติความเป็นมา

กระทรวงมหาดไทยประกาศแบ่งท้องที่การปกครองอำเภอเทิง รวม ๓ ตำบล ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขุนตาล เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ โดยตั้งที่ว่าการอำเภอ ณ หมู่ ๑๔ ตำบลป่าตาล และยกฐานะเป็นอำเภอขุนตาล เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ ชื่อ "ขุนตาล" ที่นำมาตั้งเป็นชื่อของอำเภอ จากหลักฐานคำบอกเล่าสืบต่อกันมาเป็นชื่อ "ลำห้วยขุนตาล" ซึ่งไหลผ่านเขตตำบลป่าตาล เปรียบเสมือนสายโลหิตที่หล่อเลี้ยงพื้นที่บริเวณนี้ อีกประเด็นหนึ่งคือคำว่า "ขุนตาล" น่าจะมาจากชื่อ "พระธาตุขุนตาล" ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอำเภอขุนตาลให้ความเคารพและนับถือ (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)