แผ่นดินไหวบ้านห้วยหวาย ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว เชียงราย

เหตุการณ์แผ่นดินไหวเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.10 ขนาด 6.3 ริกเตอร์ และฮาฟเตอร์ซ็อคตามมาอีกหลายร้อยครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายไร้ที่อยู่อาศัยทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค และทำให้บ้านห้วยหวายได้รับความเสียหายไปถึง 133 ครัวเรือน จากทั้งหมด 152 ครัวเรือนเป็นหมู่บ้านที่เสียหายเยอะกว่าหมู่บ้านอื่น ปัจจุบันบ้านแต่ละครั้งยังคงอยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากชาวบ้านแต่ละคนไม่ได้มีฐานะที่ร่ำรวยอะไรการจะสร้างบ้านใหม่สักหลังจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ทุกคนยังคงนอนเต้นท์ หรือที่พักชั่วคราว และยังคงรอรับการช่วยเหลือ ภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ยังทำให้อีกหลายหมู่บ้านในอำเภอแม่ลาวอำเภอพาน อำเภอแม่สรวย อำเภอเมือง วัด สถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ถนน เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ 

สำหรับบ้านห้วยหวายเป็นหมู่บ้านที่เสียหายหนักและเยอะกว่าหมู่บ้านอื่น ปัจจุบันบ้านทุกหลังยังคงสภาพเดิม เนื่องจากผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวยังไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์ในการสร้างบ้านหลังใหม่กัน สำหรับผู้ใจบุญติดต่อขอรับบริจาคได้ที่บ้านห้วยหวาย หมู่ 2 ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย หรือผู้ใหญ่บ้าน นายบรรทุณ สุขจิตต์ โทร..086-912-1928 ได้นะค่ะ...



















พระธาตุจอมหมอกแก้ว 1 ใน 9 จอมของเชียงรายเสียหายหลังแผ่นดินไหว

เหตุการณ์แผ่นดินไหวเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.10 ขนาด 6.3 ริกเตอร์ และฮาฟเตอร์ซ็อคตามมาอีกหลายร้อยครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้วัดพระธาตุจอมหมอกแก้ว 1 ใน 9 จอมที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ทำให้ยอดฉัตรหักพังลงมารวมทั้งองค์พระธาตุจอมหมอกแก้วแตกร้าว หลังคากุฏิเจ้าอาวาสแตก พื้นแตกร้าวเป็นแนวยาว พระธาตุจอมหมอกแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

ตามประวัติ...พระธาตุจอมหมอกแก้ว ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยใดยังไม่มีปรากฏหลักฐาน แต่มีเรื่องเล่าว่า เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว ชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบนั้นได้เข้าไปหาของป่า และได้พบจอมปลวกมีลักษณะคล้ายพระธาตุ ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง และในบริเวณนั้นมีต้นไม้ที่ชาวเหนือเรียกว่า "ต้นส้มป่อย" อยู่มากมาย มีลักษณะโน้มเอียงเหมือนพญานาค และได้พบเครื่องปั้นดินเผาที่แตกกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชาวบ้านจึงได้พากันกราบไหว้จอมปลวกนั้น ใครจะเข้าไปทำอะไรในป่าบริเวณนี้ต้องมากราบไหว้บูชาขออนุญาตเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะมีอันเป็นไปต่างๆ นานา ชาวบ้านแถบนั้นเชื่อว่าจอมปลวกนั้นเป็นที่บรรจุ อัฐิของเชื้อพระวงค์ในสมัยโบราณ สันนิษฐานว่าเจดีย์ถูกสร้างขึ้นมาครอบจอมปลวกภายหลัง..

การกราบไหว้พระธาตุดอยจอมหมอกแก้ว เชื่อกันว่าอุปสรรคที่เปรียบเหมือนหมอกควันสีดำถ้ากราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานแล้วอุปสรรคทั้งหลายก็จะจางใสเหมือนหมอกแก้วและจะประสบความสำเร็จ..














ความเสียหายหลังแผ่นดินไหว เชียงราย

หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงรายในตอนเย็นของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ความรุนแรง 6.3 ริกเตอร์ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวสงบทำให้บ้านเรือนพังเสียหาย บ้านร้าว บางบ้านพังลงมาหมดทั้งหลัง หลังคาบางบ้านเสียหาย ร้านค้าสินค้าร่วงหล่นตกแตก โรงเรียนเสียหายหลายโรงเรียน สถานที่ราชการ สถานีตำรวจ รั้วบ้าน โรงพยาบาล วัดอีกหลายวัด โดยเฉพาะวัดร่องขุ่นที่สวยงามของเชียงราย ถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ ตรงบ้านห้วยส้านที่เคยใช้เป็นประจำแตกแยกออกจากกันเป็นหลุมลึก

นอกจากอำเภอแม่ลาว อำเภอพาน อำเภอเมืองแล้ว อำเภอแม่สรวยเป็นอีกอำเภอหนึ่งที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าอำเภอแม่สรวยจะเสียหายบางตำบลและอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหว เช่น บ้านเรือนบริเวณแถวหน้าอำเภอ หมู่บ้านแถวเขื่อนแม่สรวย พระบรมธาตุคุ้มเวียงสรวยตรงเขื่อนแม่สรวย องค์พระธาตุเอียง บ้านป่าแดด บ้านท้าวแก่นจันทร์ บ้านเรือนที่อยู่แถวถนนสายไปอำเภอฝาง เชียงใหม่ บริเวณนี้จะได้รับความเสียหายมากกว่าที่อื่นแต่ถือว่าเสียหายน้อยกว่าแถวอำเภอแม่ลาว ส่วนตำบลที่อยู่ห่างไกลออกมาจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว นอกจากจะรับรู้หรือรู้สึกถึงความสั่นไหวของแผ่นดินไหวเท่านั้น 

นับจากแผ่นดินไหวครั้งแรกจนมาถึงวันที่เขียน อำเภอแม่สรวยก็ยังเกิดแผ่นดินไหว อำเภอแม่สรวยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก เพียงแต่ไม่รุนแรงเท่านั้น และคงเป็นไปแบบนี้อีกประมาณ 1 เดือนตามข่าว เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่คนเชียงรายไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะมาเกิดขึ้นกับชาวเชียงราย...

เศียรพระประธาน วัดดงมะดะ แม่ลาว 
ฐานพระประธานและพระประธานที่ทุบ วัดดงมะดะ แม่ลาว 
วัดน้ำล้อม ดงมะดะ แม่ลาว 

หลวงพ่อเชียงแสนทรงเครื่องล้ม วัดแม่สรวยหลวง 
สิงห์ประตูวัดแม่สรวยหลวง 
วัดอุดมวารรี พาน 
บ้านท่ามะโอ จอมหมอกแก้ว 
บ้านผู้ใหญ่บ้านห้วยหวาย ดงมะดะ แม่ลาว 

บ้านห้วยหวาย ดงมะดะ แม่ลาว 


โรงเรียนแม่ลาววิทยาคม





วัดร่องขุ่นหลังเกิดแผ่นดินไหว เชียงราย

เมื่อเย็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.10 ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่ามาก่อนว่า เหตุการณ์นั้นจะมาเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงรายที่เป็นบ้านเกิดกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่มีขนาด 6.3 ริกเตอร์ ทำให้อำเภอเมือง อำเภอแม่ลาว อำเภอพาน และอำเภอแม่สรวย ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่หนักกว่าจังหวัดอื่นๆ เหตุเพราะ 4 อำเภออยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ทำให้ชาวเชียงรายตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปตามๆ กัน สิ่งหนึ่งคือแต่ละคนไม่ทันตั้งตัว ว่าเกิดอะไรขึ้น 

แผ่นดินไหวครั้งแรก ขณะที่นั่งอยู่ก็ได้ยินเสียงอะไรดังที่เพดาน บ้านสั่น พัดลมเพดานเขย่า แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น สงสัยแผ่นดินไหว รู้สึกว่าแรงและน่ากลัว คิดในใจอยู่ในบ้านคงไม่ปลอดภัย ด้วยความตกใจจึงวิ่งออกนอกบ้านอย่างอื่นไม่ทันที่จะคิด ระยะเวลาไม่นานเท่าไรที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผ่านไปสักพักแผ่นดินก็ไหวเป็นรอบที่ 2 แผ่นดินไหวครั้งแรกทำให้บ้านเพื่อนเสียหาย ชั้นวางสินค้าล้ม สินค้าเสียหาย เหล้าตกแตก ตู้ไม้ล้ม บ้านทรุด และคืนนั้นไม่เป็นอันนอนกัน กลัวว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาอีก

นอกจากบ้านเพื่อนจะเสียหาย วัดร่องขุ่นซึ่งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวได้รับความเสียหายไปด้วย วัดร่องขุ่นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของชาวเชียงรายเสียหายสร้างความเสียใจให้กับชาวเชียงรายเป็นอย่างมาก ไม่ได้เสียหายเฉพาะวัดร่องขุ่น ส่วนราชการ โรงเรียน วัด บ้านเรือน ถนน ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวก็เสียหายตามไปด้วย สำหรับวัดร่องขุ่นอยู่ในช่วงของการปรับปรุงซ่อมแซม มีบางส่วนที่เปิดให้เข้าชมได้ตามปกติ ไปเที่ยวชมได้นะค่ะ...



















เชิญร่วมงานนิทรรศการประกวดพระเครื่อง พระบูชา และเหรียญคณาจารย์ แพร่

วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และชมรมพระเครื่องจังหวัดแพร่ ขอเชิญร่วมงานนิทรรศการประกวดพระเครื่อง พระบูชา และเหรียญคณาจารย์ จังหวัดแพร่ ณ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จังหวัดแพร่

นิทรรศการ ระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2557 ประกวดพระเครื่อง วันที่ 11 พฤษภาษาคม 2557 สำหรับรางวัลชนะเลิศแต่ละรายการจะได้รับหนังสือพระเครื่องเมืองแพร่ (ฉบับสมบูรณ์) เช่าซื้อและบูชาของดีเมืองแพร่ได้ที่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จังหวัดแพร่ นะค่ะ...




พระเมืองแพร่

ตำนานเมืองพญานาค



อาณาจักรสุวรรณโคมคำ-โยนก-เวียงเปิกสา-เวียงหิรัญนครเงินยางศรีช้างแสน และล้านนา เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อประมาณ ๒,๕๐๐ ปีก่อน เจิ่งนองท่วมท้นไปด้วยน้ำที่ไหลมาจากแว่นแคว้นมิถิลา ดินแดนแห่งผืนแผ่นดินใหญ่ มีพญานาคหลายตระกูลเฝ้าคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมและทำลายล้างผู้อาธรรม์มาตั้งแต่โบราณกาล จนชาวนครทั้งหลายเรียกว่า "เมืองพญานาค" หรือ "เมืองนาคพันธุ์"

ดังเช่นในพงศาวดารโยนกของพระยาประชากิจกรจักร และตำนานลี่ผีของเจ้าคำหมั้น วงกดรัตนะ (ลาว) ได้กล่าวตรงกันว่ามีพญาศรีสัตตนาคราช พญานหุตตนาคราช และพญาพันธุนาคราช เป็นส่วนหนึี่งของพญานาคทั้ง ๑๕ ตระกลูใหญ่ ที่คอยรักษาลำน้ำแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นตระกลู จากหนองกระแสถึงหลวงพระบาง นับแต่พุทธกาลเป็นต้นมา จนถึงการล่มสลายลงของเมืองสุวรรณโคมคำ และโยนกนคร โดยตำนานท้้งสองได้กล่าวว่า เมื่อก่อนพุทธศักราชเมืองสุวรรณโคมคำปกครองโดยเจ้าสุวรรณมุขทวารติดต่อกันมาหลายช่วงขัติยะวงศ์ และท้ายสุดตระกลูพาหิรพราหมณ์เป็นชาวขอมมาจากเมืองอุมงคเสลานคร ได้ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครสุวรรณโคมคำ ซึ่งนครแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง ตรงปากแม่น้ำกกพาหิรพราหมณ์ปกครองโดยขาดทศพิธราชธรรม กดขี่ข่มเหงประชาชนจนได้รับความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ความทราบถึงพญาศรีสัตตนาคราชและพญานหุตตนาคราช จึงได้สั่งให้พลโยธานาคทั้งหลายขุดควักฝั่งโขงลึกถึงใต้พสุธาแห่งสุวรรณโคมคำ ทำให้เมืองสุวรรณโคมคำพังทลายจมลงกลางลำน้ำโขงชั่วราตรีกาลเดียว พาหิรพราหมณ์และบริวารถึงแก่กาลกิริยาไปตามกรรมแห่งตน ถือเป็นการสิ้นสุดลงของอาณาจักรสุวรรณโคมคำ ณ บัดนั้น

ต่อมาเข้าสู่อาณาจักรโยนก ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙ ในสมัยพระเจ้าไชยชนะ กษัตริย์โยนกนครองค์ที่ ๔๘ ได้ปกครองโยนกนครโดยขาดทศพิธราชธรรม วันหนึ่งชาววังและข้าราชบริวารได้ออกไปหาปลาในลำน้ำกก ได้พบปลาไหลเผือกยักษ์ลำตัวเท่าต้นตาล ยาวประมาณ ๗ วา จึงช่วยกันทุบตีและมัดลากปลาไหลตัวนั้นมาถวายพระเจ้าไชยชนะ พระองค์จึงสั่งให้ฆ่าและชำแหละเนื้อแจกจ่ายกันกินโดยทั่ว ในราตรีกาลนั้น ช่วงปฐมยาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทันที คือ เกิดฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าอื้ออึงไปทั่วนคร ล่วงเลยถึงมัชฌิมยาม ฟ้าฝนยิ่งตกหนักขึ้น ฟ้าร้องฟ้าผ่า และแผ่นดินไหว เสียงอื้ออึงอลหม่านกึกก้องทั่วทั้งนครกลายเป็นหนองน้ำไปในชั่วพริบตา คงเหลือแต่เรือนพักพิงของหญิงม่ายชราอยู่หลังเดียว เนื่องจากไม่ยอมกินเนื้อปลาไหลเผือก พราหมณาจารย์ผู้หนึ่งที่มาร่วมดูเหตุการณ์ในยามเช้า ได้กล่าวว่า ปลาไหลเผือกยักษ์ตัวนั้นน่าจะเป็นบริวารของพญานาครักษาลำน้ำแห่งนี้ จึงได้ลงโทษพระเจ้าไชยชนะที่ปกครองนครโดยขาดคุณธรรมและศีลธรรม โดยพญานาคได้พาพลโยธามุดดินควักพื้นบาดาลใต้พสุธาแห่งนครโยนก ให้ล่มสลายกลายเป็นหนองน้ำไปในชั่วข้ามคืน เป็นการสิ้นสุดลงของโยนกนคร ณ ราตรีกาลนั้น (ขอบคุณข้อมูลจากหอประวัติเมืองเชียงราย ๗๕๐ ปี)