ราชรถอย่างพะเยา อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี เชียงราย






ราชรถอย่างพะเยา (Phayao Style Carriage)
ช่างผู้ออกแบบ ช่างโชติวัฒน์ วรศิลปะสุวรรณ
สร้างปี พ.ศ.2556 ขนาดของราชรถ กว้าง 2.80 ม. ยาว 7 ม. สูง 5.33 ม.
ศิลปะสกุลช่างพะเยา ประกอบด้วยประติมากรรมหินทราย มีความโดดเด่น งดงาม การประดับตกแต่งด้วยกระจกสี กระจกจีน นำมาประดับตกแต่งตามศิลปะและมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

Stylist. Prof. Shotivat Worasilpasuwan
Founded in: 2013 Size of the carriage: 2.80 m. wide, 7.00 m. long, 5.33 m. high
Phayao Craftsmen works comprise distinctive ornate sandstone sculptures adorned beautifully with the stained glasses related to Buddhism.

(จัดแสดงที่อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ศูนย์การเรียนรู้ เทศบาลนครเชียงราย ก่อนขึ้นสะพานขัวพญามังราย เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ เวลา 09.00-16.00 น. เข้าชมฟรีนะค่ะ..)


ราชรถแบบจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี เชียงราย






ราชรถแบบจังหวัดแม่ฮ่องสอน (Mae Hang Son Style Carriage)
ช่างผู้ออกแบบ นิวัตร แปงคำมูล
สร้างปี พ.ศ.2549 ขนาดของราชรถ กว้าง 2.75 ม. ยาว 8.8 ม. สูง 5.50 ม.
ได้รับความบันดาลใจจากงานศิลปะของชาวไทยใหญ่ ซึ่งอพยพมาอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ประดับด้วยหงส์คู่ด้านหน้าและด้านหลังราชรถ อันเป็นสัตว์ที่มีตำนานเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของชนชาติมอญก่อนที่จะตกอยู่ในการปกครองของพม่า แท่นที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อรองรับพระรูปรูปนั้น เป็นสัญลักษณ์แทนสวรรค์ชั้นต่างๆ มีสัปโทนดุนลายปิดทองคำเปลวเพื่อบังแดดพระรูปรูปนั้น ตามความเชื่อในพระพุทธศาสนามาแต่โบราณกาล ว่าพระพุทธองค์ประทับอยู่ในทิพย์วิมาน สัตว์ที่อยู่หน้าราชรถเป็นลูกผสมของ นาค ม้า ช้าง กวาง หงส์ ตามจินตนาการของผู้ออกแบบ

Mr. Niwat Paengkhammoon Founden in: 2006 Size of the carriage: 2.75 m. wide, 8.80 m. long, 5.50 m. high
Inspired by the art of Shan ethnic group in Mae Hong Son, the migrants of Myanmar, this masterpiece is decorated ornately with swans, legendary creatures in the Mon Kingdom, both front and back of the carriage. The intricate uplifted platform to support the Buddha image represents the levels of heavens, with embossed gold design to shade the Buddha and to designate the shady throne for the Buddha, drawing by the imaginative crossbred creatures including naga, horse, elephant, deer, and swan.

(จัดแสดงที่อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ศูนย์การเรียนรู้ เทศบาลนครเชียงราย ก่อนขึ้นสะพานขัวพญามังราย เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ เวลา 09.00-16.00 น. เข้าชมฟรีนะค่ะ..)


ราชรถอย่างเชียงใหม่ อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี เชียงราย






ราชรถอย่างเชียงใหม่ (Chiang Mai Style Carriage)
ผู้ออกแบบจากจิตนาการ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินผู้โด่งดังของจังหวัดเชียงราย
ผู้ควบคุมการสร้างคือ สล่ารุ่ง จันตาบุญ โดยใช้คณะช่างจากเชียงใหม่ สร้างปี พ.ศ.2545
ขนาดของราชรถ กว้าง 2.75 ม. ยาว 6.5 ม. สูง 5.2 ม.
มีลวดลายลงรักปิดทองอย่างล้านนารูปเทวดาพนมกรได้รับอิทธิพลจากรูปปูนปั้นที่จัดเจ็ดยอดจังหวัดเชียงใหม่รถคันนี้จะบอบบางเป็นพิเศษเพราะแบบของคุณเฉลิมชัยมีเส้นสายที่อ่อนหวานเมื่อนำมาแกะสลักด้วยไม้แล้วมีความบางแตกหักได้ง่าย

Imaginative Artist. Artist Chalermchai Kositpipat (Chiang Rai)
Control Constructor: Salarung Chantabun (With the associated craftsmen from Chiang Mai)
Founded in 2002 Size of the carriage: 2.75 m. wide, 6.5 m. long, 5.2 m. high
Decorated with distinctive Lanna style and influence of the sculptures at Wat Jedyod Chiang Mai, this masterpiece has been applied the gilding decorative method of the gold leaf with the welcoming gesture of a Deva. Specialy, artists beautifully marked line on the wood carving represents ornate wooden cart.

(จัดแสดงที่อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ศูนย์การเรียนรู้ เทศบาลนครเชียงราย ก่อนขึ้นสะพานขัวพญามังราย เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ เวลา 09.00-16.00 น. เข้าชมฟรีนะค่ะ..)


ราชรถอย่างเชียงราย อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี เชียงราย






ราชรถอย่างเชียงราย (Chiang Rai Style Carriage)
ช่างผู้ออกแบบสล่าพรหมา อินยาศรี จังหวัดเชียงราย 
ดุนและสลักลายโดยกลุ่มหัตถศิลป์ล้านนา วัดศรีสุพรรณ เชียงใหม่ สร้างปี พ.ศ.2548 
ขนาดของราชรถ กว้าง 2.10 ม. ยาว 4.5 ม. สูง 5.10 ม.
ปราสาทแปดเหลี่ยมมีอิทธิพลด้านศิลปะของเพื่อนบ้านประเทศใกล้เคียง (พม่า) ไทยใหญ่ ไทยลื้อ ไทยเขิน ใช้วัสดุร่วมสมัยคือ อลูมิเนียมแผ่น สามารถใช้กับพื้นที่จำนวนมากแทนแผ่นเงินซึ่งมีราคาสูงเกินไปสำหรับงานเช่นนี้ ความบันดาลใจจากพุทธประวัติ ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ เปิดสามโลก

Stylist. Artist Promma lnyasri (Chiang Rai)
Embosses engraving: A team of Lanna  craftsmen (Wat Srisupan, Chiang Mai province, built in 2003)
Size of the carriage: 2.10 m. wide, 4.50 m. long, 5.10 m. high
Decorated with distinctive Lanna style and influence of the sculptures at Wat Jedyod Chiang Mai. this masterpiece has been applied the gilding decorative method of the gold leaf with the welcoming gesture of a Deva. Specially, artists beautifully marked line on the wood caring represents ornate wooden cart. Designed with octagonal based castle, influenced from neighboring countries comprising Myanmar, ethnic Shan, and Tai races, this masterpiece is produced from modern materials including aluminum sheet which can replace high priced silver plated items, well. The inspiration behind this initiative come from life of the Buddha during his return from the desire god realm called Land of the Thirty-three Heavens.

(จัดแสดงที่อาคารเทิดพระเกียรติ ๙๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ศูนย์การเรียนรู้ เทศบาลนครเชียงราย ก่อนขึ้นสะพานขัวพญามังราย เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ เวลา 09.00-16.00 น. เข้าชมฟรีนะค่ะ..)


พระล้ม...วัดแม่สรวยหลวง แม่สรวย เชียงราย

เย็นวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เป็นอีกวันที่ชาวอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย คงไม่อาจลืมกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นได้ ณ วันที่เขียนเรื่องราวของพระล้ม เป็นวันที่ครบรอบ 1 เดือน แผ่นดินไหวทำให้หลวงพ่อเชียงแสนทรงเครื่อง คุ้มครอง ป้องกันภัยล้มลงในขณะที่ยังไม่ได้บรรจุหัวใจ หลวงพ่อเชียงแสนทรงเครื่องที่ปกติเคยเห็นสูงเด่นเป็นสง่าเมื่อมองพังลงอย่างน่าใจหาย เมื่อได้เห็นภาพ นอกจากพระจะล้ม สิงห์โตที่ซุ้มประตูเข้าวัดแม่สรวยหลวงก็ล้มพังลงมาเช่นกัน เมื่อเดินสำรวจภายในบริเวณวัดแม่สรวยหลวงมีหลายจุดที่ได้รับความเสียหาย เช่น กำแพง อุโบสถทั้งด้านนอกและด้านใน ศาลาเอนกประสงค์ เป็นต้น นอกจากวัดแม่สรวยหลวงที่เสียหาย พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุคุ้มเวียงสรวย ที่ตั้งอยู่บนเขื่อนแม่สรวยแผ่นดินไหวทำให้พระมหาเจดีย์พระบรมธาตุคุ้มเวียงสรวยที่ชาวอำเภอแม่สรวยสักการะกราบไหว้องค์พระธาตุคุ้มเวียงสรวยเอียงไปด้วยเช่นกัน (ไว้มีโอกาสจะขึ้นไปเก็บภาพมาฝากนะค่ะ)

วัดแม่สรวยหลวง ตั้งอยู่บ้านสันกลาง หมู่ 2 ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่สรวย ประมาณ 2 กิโลเมตร ตามประวัติสร้างเมื่อ 15 กุมภาพันธ์  พ.ศ.2221 โดยมีครูบาพรหม พรหมสาโร พร้อมด้วยคณะศรัทธาในขณะนั้น ประมาณ 50 หลังคาเรือน ชื่อเดิม "วัดแม่สรวย" ต่อมาเปลี่ยนหรือเรียกว่า "วัดศรีบุญเรือง ต่อมาเปลี่ยนจาก "วัดศรีบุญเรือง มาเป็น "วัดแม่สรวยหลวง" จนถึงปัจจุบัน มีสิ่งปลูกสร้าง คือ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาเอนกประสงค์ กุฏิ กำแพง หอระฆัง ศาลาไหว้พระ ทางวัดได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม พ.ศ.2535 















บ้านหลังใหม่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว แม่ลาว เชียงราย

หลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่จังหวัดเชียงรายผ่านไป  ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่บ้านพังเสียหายทั้งหลัง ก็เริ่มที่จะสร้างบ้านหลังใหม่กัน บางหลังคาเรือนที่พอจะมีฐานะดี ไม่เดือดร้อนก็จะสร้างบ้านกันเองด้วยเงินส่วนตัว ส่วนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่มีฐานะยากจนหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถจะสร้างบ้านเองได้ ก็จะมีหน่วยงานหรือบริษัทเข้ามาช่วยเหลือและรับสร้างบ้านหลังใหม่ให้ทั้งหลัง รู้สึกดีใจแทนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ได้สร้างบ้านหลังใหม่กัน และยังคงมีอีกหลายร้อยหลังคาเรือนที่ยังคงรอการสร้างบ้านหลังใหม่ เนื่องจากแผ่นดินไหวเชียงรายที่ผ่านมาทำให้หลายหมู่บ้านในจังหวัดเชียงรายบ้านพังทั้งหลังไปหลายร้อยหลังคาเรือน....ขอบคุณผู้ใจดีทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือและบริจาคเครื่องอุปโภค บริโภค และสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในครั้งนี้ด้วยนะค่ะ...


















ตำนานสวนสาธารณะแม่น้ำสรวย (เมืองหนองขวาง) เชียงราย

พุทธศักราช ๒๑๔๗ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำทัพหลวง (ครั้งสุดท้าย) ไปตีกรุงอังวะ (ประเทศพม่า) หลังจากนำทัพหลวงมาพักพยุหทัพชัย ณ.เมืองเชียงใหม่ เป็นเวลา 1 เดือน  จึงแยกกองทัพจำนวนประมาณ 200,000 คน ออกเป็น 2 กองทัพคือ   กองทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพหลวงมาทางเมืองเวียงกาหลง (อำเภอเวียงป่าเป้า) และมาตั้งกองทัพ ณ.เมืองหนองขวาง (อำเภอแม่สรวย) และกองทัพของสมเด็จพระเอกาทศรถ ยกทัพไปทางเมืองฝาง จังหวัดเชียงใหม่ การนำทัพหลวงมาพักพยุหทัพชัย ณ.อำเภอแม่สรวย กองทัพจำนวนประมาณ 100,000 คน ได้ทรงให้ใช้น้ำแม่สรวย ซึ่งเป็นน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ให้เหล่าทหาร ใช้เป็นน้ำสำหรับดื่มกิน และทรงให้แม่น้ำลาว เป็นน้ำดื่มกินสำหรับช้าง ม้า วัว ควาย ฯลฯ 

ปัจจุบัน ณ สถานที่แห่งนี้ ทางอำเภอแม่สรวยจะใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีสงกรานต์ทุกปี ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีที่ดีงามของชาวเหนือที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา