ตลาดต้องชม แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย กาดม้งโป่งนก เวียงป่าเป้า

"ชนเผ่าม้ง" เป็นอิสระชนเดิมอาศัยอยู่ในประเทศจีน ต่อมาชาวจีนเข้ามาปราบปราม  เป็นเหตุให้อพยพลงมาถึงตอนใต้ของจีน และเขตอินโดจีนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และตอนเหนือของประเทศไทย ประมาณ พ.ศ.๒๔๐๐ โดยมี ๒ กลุ่มได้แก่ ม้งเขียวและม้งขาว ประชากรของม้งในประเทศไทยมีมากเป็นอันดับ ๒ รองจากกะเหรี่ยง ชนเผ่าม้งนิยมสร้างบ้านตั้งถิ่นฐานอยู่ตามภูเขาสูง แต่ในปัจจุบันม้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ให้อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มเขาหรือที่ราบเชิงเขาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง กำแพงเพชร เลย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก วิถีชีวิตความเป็นอยู่เป็นแบบเรียบง่ายเพราะคลุกคลีกับธรรมชาติ อาชีพหลักทำไร่ ทำสวน มีลักษณะการแต่งกาย วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ พิธีกรรม การละเล่นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

"ตลาดต้องชม กาดม้งโป่งนก" เกิดจากความร่วมมือและรวมกลุ่มของราษฏรหมู่ที่ ๖ บ้านโป่งนก หมู่ ๑๓ บ้านโป่งนกเหนือ และหมู่ ๗ บ้านแม่ตะละ มีความต้องการสร้างร้านค้าชุมชน (กาดม้ง) เพื่อจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร สินค้า/ผลิตภัณฑ์ของชุมชน โดยอำเภอเวียงป่าเป้าได้สนับสนุนงบประมาณ เป็นค่าวัสดุก่อสร้างตลาดต่อมาอำเภอเวียงป่าเป้าได้มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนตำบลสันสลีดูแลและพัฒนาตลาด ซึ่งในอนาคตมีโครงการสร้างศูนย์วัฒนธรรมชนเผ่าม้ง เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์วิถีชีวิตของชนเผ่าม้งให้เป็นที่รู้จัก และปลูกพืชท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวรอบบริเวณกาดม้งโป่งนก อีกทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของตำบลสันสลี (เส้นทางท่องเที่ยวดอยหมอกแดนวิไล) อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 

"ตลาดต้องชม กาดม้งโป่งนก" เปิดเป็นทางการ เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ ตลาดเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐- ๑๖.๐๐ น. ผู้ประกอบการกว่า ๗๐ ร้านค้า สินค้าที่จำหน่ายใน "ตลาดต้องชม" แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ที่เป็นเอกลักษณ์พาณิชย์ อัตลักษณ์ของชุมชน เช่น ขนมโป๊งเหน่ง ผ้าปักลายม้ง เสื้อผ้าพื้นเมือง (ชนเผ่าม้ง) กระเป๋า เครื่องประดับ ของที่ระลึก สมุนไพร รวมทั้งสินค้าเกษตร สินค้าหัตถกรรม OTOP อาทิ เก้าอี้ไม้ ตะกร้าจักสาน ไม้กวาด มุ่งเน้นการแต่งกายพื้นบ้านของชนเผ่าม้ง หรือวัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างสำนึกในการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งสร้างแหล่งเรียนรู้ปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่เยาวชนรุ่นลูกหลานได้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมต่อๆ กันไป สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้ดีขึ้นสามารถก้าวไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม

ตลาดต้องชม กาดม้งโป่งนก (มีของดี วิถีดอย คอยบริการ) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและมีชื่อเสียงของอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณด่านโป่งเหนือ เขตติดต่อระหว่างอำเภอเวียงป่าเป้าและอำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงราย แนะนำเมื่อมาเที่ยวเชียงรายนะค่ะ (ขอบคุณข้อมูลจาก...ดอยหมอกแดนวิไล)
















วัดกลางเวียง ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย








วัดกลางเวียง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงรายพอดีจึงได้สถาปนาสะดือเวียง (เสาหลักเมือง) ขึ้นและประดิษฐานสะดือเวียงในซุ้มมณฑป ด้านนอกมีรูปปั้นกุมภัณฑ์ 2 ตนทำหน้าที่พิทักษ์สะดือเวียงตามคติความเชื่อของชาวล้านนา (ตามปกติจะมีพิธีไหว้สะดือเวียงในเดือน พ.ค.-มิ.ย.ของทุกปี) (Wat Klang Wieng is located in the center of Chiang Rai, then the city navel of Chiang Rai is built here within the pavilion. Outside the pavilion, there are 2 giants which are responsible to protect the citys umbilicus in accord with Lannas belief)

วิหารวัดกลางเวียง เป็นศิลปกรรมล้านนาประยุกต์ ประดับช่อฟ้า ใบระกา และหน้าบันตกแต่งด้วยเครื่องไม้แกะสลักลงรักปิดทองภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานซึ่งลงรักปิดทองเหลืออร่าม.(Temple Hall is built in contemporary Lanna style. It is decorated with sky tassels, tooth like ridges on the sloping edges of a gable, and the pediment is carved and covered with the lacquer work. Inside the hall, there is a principle Buddha image which is covered with glittering golden)

พระธาตุช้างค้ำ มีรูปแบบร่วมสมัย คือ มีการประดับจระนำซุ้มด้วยพระพุทธรูปจำนวนมาก และฐานเจดีย์ประดับด้วยช้างทรงเครื่องรายรอบ อันเป็นคติช้างค้ำจุนจักรวาลที่นิยมในเจดีย์สายลังกา ลักษณะพระธาตุแบบล้านนา คือ ฐานรองรับองค์ระฆังอยู่ในผังแปดเหลี่ยม ส่วนฐานสูง และองค์ระฆังเล็ก (Charng Kham Stupa is contemporary designed that is; decorated with a lot of Buddha images inside niches and its base is surrounded by adorned elephants that is popularly built in Sri Lankan bell-shaped stupa. It is the symbolic of mythology that they hold up the earth)

หอไตร (สถานที่เก็บพระไตรปิฏก) สะท้อนถึงความตั้งมั่นในพุทธศาสนา หอไตรหลังนี้เป็นศิลปะล้านนาประยุกต์ เป็นอาคารสูง หลังคาทรงจั่ว ประดับด้วยเครื่องไม้แกะสลักปิดทองอย่างสวยงาม และมีระเบียงโดยรอบ (Scripture library (A place for keeping Pali Buddhist scripture or Tripitaka) The library is contemporary Lanna style, designed nicely with high-triangle roof and golden wood carved decoration. It is also surrounded by the balcony)

วัดกลางเวียง สร้างมาแล้วประมาณ ๕๖๐ ปี (นับถึง พ.ศ.๒๕๓๕) เดิมชื่อว่า "วัดจั๋นต๊ะโลก" เปลี่ยนชื่อจากวัดจั๋นต๊ะโลกเป็นวัดกลางเวียง เมื่อสร้างเมืองเชียงราย ครั้งที่ ๒ ปี พ.ศ.๒๔๑๗ เมื่อสร้างเสร็จวัดจาก ๔ มุมเมือง ใจกลางเมืองตกที่วัดจั๋นต๊ะโลก จึงได้เปลี่ยนชื่อจากวัดจั๋นต๊ะโลก เป็นวัดกลางเวียงตั้งแต่นั้นมา ทางการได้สร้างสะดือหรือเสาหลักเมืองไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ชาวเชียงรายได้กราบไหว้สักการะบูชา แต่หลักเมืองที่ทางการสร้างนี้ได้ล้มไปนานแล้วเพราะก่ออิฐฉาบด้วยดิน มีความสูงประมาณ ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ข้างในมีที่ตั้งเครื่องสักการะบูชา ปี พ.ศ.๒๕๓๕ พระครูศาสนากิจโกศล เจ้าอาวาสและคณะศรัทธาได้สร้างหลักเมืองขึ้นมาใหม่แทนของเดิมและตั้งอยู่ที่เดิมสร้างมณฑปครอบไว้ ดังที่เห็นปัจจุบันนี้ (ขอบคุณข่้อมูลจาก...วัดกลางเวียง)



ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2559 เชียงราย

เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2559 ที่ผ่านมา เทศนครเชียงราย ร่วมกับหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนในชุมชนต่างๆ จัดงานประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษา ประจำปี 2559 เพื่ออนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น ซึ่งตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนา คือ "วันเข้าพรรษา" ชาวพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่จะนิยมถวายเทียนพรรษา และอธิษฐานบำเพ็ญบุญชำระจิตใจตลอดระยะเวลา 3 เดือนเพื่อเป็นกุศลบารมีแก่ตนเอง ปีนี้วันเข้าพรรษาตรงกับวันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2559 เก็บภาพบรรยากาศของงานพิธีแห่เทียนจำนำพรรษาของเชียงรายมาฝากนะค่ะ...

















จุลินทรีย์เบญจคุณ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เชียงราย









นำส่วนผสมที่เป็นดินจอมปลวก ดินโคลนไผ่ ดินรากข้าวหรือรากผักตบชวา ในอัตราส่วนเท่ากันโดยน้ำหนักผสมเข้าด้วยกัน สำหรับส่วนผสมที่เป็นนมเปรี้ยว ยาคูลท์ แป้งข้าวหมาก น้ำตาลทรายแดงให้นำมาผสมและคนจนน้ำตาลทรายแดงและแป้งหมักละลาย จึงจะนำมาผสมกับดินจอมปลวก ดินโคนไผ่ และดินรากข้าวหรือรากผักตบชวา คลุกเคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
นำไปทำอินทรีย์วัถตุหมักโดยการเติม อาหารสัตว์ อาหารไก่เล็ก มูลสัตว์แห้งหมู วัว ควาย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปพรมด้วยน้ำธรรมดาพอหมาด แปรเป็นก้อนเบญจคุณ ให้ปั้นเป็นก้อนเท่าลูกเทนนิส จากนั้นใช้ผ้าคลุม7 วันในที่อุณหภูมิห้อง 
กรณีแปรเป็นน้ำเบญจคุณ (1) ก้อนเบญจคุณ 20 ก้อน (2) รำละเอียด 10 กิโลกรัม (3) กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม (4) น้ำ 180 ลิตร หมักไว้ 7 วัน

จุลินทรีย์เบญจคุณนำไปใช้อย่างไร...ใช้โดยตรงด้วยการปั้นขยายปริมาณให้มากขึ้น เมื่อหมักได้ 7 วัน แล้วนําลงดินและเติมปุ๋ยหมักธรรมดา หรือมูลสัตว์แห้ง เตรียมดินไว้ 1- 2 อาทิตย์ล่วงหน้าเพื่อปลูกพืชผักในภาชนะบรรจุหรือแปลงปลูก...ขยายเป็นเบญจคุณน้ำใช้ทําเป็นปุ๋ยอินทรีย์ หรือใช้หมักขยะฟางข้าวและอินทรียวัตถุอื่นๆ เพื่อเป็นแหล่งสร้างปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติในดิน ใช้หมักกับผัก ผลไม้ทําเป็นเอ็นไซม์ (Enzyme) บํารุงพืช หรือผสมอาหารสัตว์ได้ทุกชนิด ใช้หมักสมุนไพรไล่แมลง

อัตราการใช้...ก้อนเบญจคุณ 1 ก้อน (0.2 กก.(2 ขีด) ราคาประมาณ 3 บาท) ใช้ได้กับพื้นที่ 1 ตารางเมตร น้ำหมักเบญจคุณ 200 ลิตร (ราคาประมาณลิตรละ 6.30 บาท) ใช้ได้หลายอย่าง เช่น ผสมน้ำ 20 เท่า เพื่อใช้สลายอินทรียวัตถุธรรมชาติได้ทุกอย่าง และใช้น้ำหมักเบญจคุณ 200 ลิตรหมักปุ๋ยอินทรีย์เบญจคุณได้ 1 ตัน (ขอบคุณ...ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหัวทุ่ง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาแม่สรวย เชียงราย)


เชิญเที่ยวงานวันสับปะรดนางแล ภูแล ลิ้นจี่ และของดีเมืองเชียงราย 59

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายร่วมกับจังหวัดเชียงราย เกษตรจังหวัดเชียงราย ขอเชิญเที่ยวงานวันสับปะรดนางแล ภูแล ลิ้นจี่ และของดีเมืองเชียงราย ประจำปี 2559 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2559 สถานที่จัดงาน ณ บริเวณลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย (หน้าศาลากลางหลังแรก) ใกล้กับวัดพระสิงห์ กิจกรรมภายในงานการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรสับปะรดนางแล ภูแล ลิ้นจี่ การประกวดผลผลิตทางการเกษตรสับปะรด ลิ้นจี่ การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของดีเมืองเชียงราย การประกวดความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น การซอพื้นเมือง ตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนจินตลีลาล้านนา และการประกวดการแต่งกายชุดที่ทำมาจากผลผลิตทางการเกษตร The Best Natural Costume Contest เป็นต้น อย่าลืมไปอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้ากันนะค่ะ...









วัดห้วยทรายขาวศิลปะปูนปั้น เชียงราย

วัดทรายขาว หรือ ห้วยทรายขาว  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย เป็นวัดในสังกัดมหานิกาย เริ่มก่อสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2400 โดยมี พ่อหนานอริยะ-แม่มั่ง ได้พาญาติพี่น้อง อพยพครอบครัว จากบ้านเมืองลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มาตั้งภูมิลำเนาอยู่ริมลำห้วยทรายขาว ต.แม่หนาด อ.พาน ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านห้วยทรายขาว"

จนถึง พ.ศ.2436 พ่ออุ้ยตา-แม่อุ้ยป้อ อริยะมั่ง ซึ่งเป็นบุตรของพ่อหนานอริยะ-แม่มั่ง เป็นผู้มีฐานะดี ได้เสียสละกำลังทรัพย์ เป็นผู้นำย้ายวัดห้วยทรายขาว มาตั้งอยู่ริมถนนในปัจจุบัน

วัดแห่งนี้ได้รับการอุปถัมภ์เรื่อยมาโดยตระกูล "อริยะมั่ง" จากรุ่นสู่รุ่น ต่อมาพ่อมีชัย นราดุลย์ ซึ่งเกิดที่บ้านทรายขาว เป็นบุตรของกำนันหมื่นชัย นราดุลย์ (พรมตัน) และแม่บัวเขียว จริยะมั่ง เห็นว่า วัดห้วยทรายขาว ซึ่งสร้างมาแต่สมัยรุ่นคุณตา มีความชำรุดทรุดโทรม คุณพ่อมีชัย จึงได้บริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัว ซึ่งพ่อมีชัยมีความผูกพันกับวัดนี้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย จึงได้คิดบูรณะวัดนี้ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2544 จนถึงปัจจุบันด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง รวมถึงการออกแบบคำนวณดำเนินการก่อสร้างด้วยตนเอง

วัดห้วยทรายขาว เมื่อประมาณ 300 ปีที่ผ่านมา พื้นที่วัดเป็นของนายตา อริยมั่ง มีทำเลเป็นป่าเขา ไม่มีถนนตัดผ่านเหมือนทุกวันนี้ นายตาได้อุทิศที่ดินนี้ และได้ทำการก่อสร้างด้วยทุนและฝีมือของตนเอง

นายตามีบุตรและธิดา 9 คน คนสุดท้องชื่อ บัวเขียว และทำการสมรสกับกำนันหมื่นชัย นราดุลย์ แม่บัวเขียวก็มีบุตรและธิดารวม 9 คน คนสุดท้องเป็นผู้ชาย ชื่อ นายมีชัย นราดุลย์ ซึ่งก็ได้รับการขนานนามว่า คุณพ่อมีชัย นราดุลย์

คุณพ่อมีชัย เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2477 จบนิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี พ.ศ.2501 (รุ่น 97)

พ่อมีชัยเกิดที่บ้านห้วยทรายขาว (ติดกับรั้วกำแพงวัดด้านทิศเหนือของปัจจุบัน) และมีบ้านและที่ดินอยู่ที่ 212/13 ซ.10 ถนนลาดพร้าว จังหวัดกรุงเทพฯ มีอาชีพเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินและเป็นเจ้าของห้องเช่า (อพาทเมนท์) พ่อมีชัยไม่มีบุตรธิดาโดยกำเนิด เมื่อพิจารณาเห็นว่าไม่วันใดก็วันหนึ่ง สังขารของเราเองก็จะต้องดับไปเหลือทิ้งไว้แต่ผลงานและคุณงามความดีที่สร้างไว้ (ขอบคุณข้อมูลจาก...วัดห้วยทรายขาว)













ขอเชิญร่วมงานวันวิสาขบูชา และพิธีไหว้ครู บูรพาจารย์ ครอบเศียร




พระครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ขอเชิญร่วมงานวันวิสาขบูชา และพิธีไหว้ครู บูรพาจารย์ ครอบเศียร ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2559 ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี โดยมีกำหนดการดังนี้

20 พฤษภาคม 2559 (วันวิสาขบูชา)
เวลา 07.00 น. ทำบุญตักบาตร (ศาลาพระมหาป่าเจ้า)
เวลา 08.00 น. พระสงฆ์เจริญพุทธมนต์
เวลา 09.00 น. สรงน้ำพระธาตุเจดีย์ และพระมหาป่าเจ้า
เวลา 16.00 น. บวงสรวง อัญเชิญเทพ พรหม เทวา
เวลา 16.45 น. เททองหล่อสมเด็จองค์ปฐมฯ
เวลา 18.30 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น
เวลา 19.00 น. เวียนเทียน

21 พฤษภาคม 2559 (พิธีไหว้ครู บูรพาจารย์ ครอบเศียร)
เวลา 07.00 น. ทำบุญ ใส่บาตรพระสงฆ์
เวลา 08.00 น. บวงสรวงเทพ พรหม เทวดา (ลานสีฟ้า หน้าครูบาศรีวิชัย)
เวลา 10.00 น. อ่านโองการบูชาครู ใต้อาคารครูบาศรีวิชัย
เวลา 11.30 น. พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพล
เวลา 13.00 น. ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อปูพื้นลานหน้าวัดแสงแก้วโพธิญาณ
เวลา 13.45 น. อ่านโองการบูชาครู - พิธีเป่ายันต์พระเศรษฐีนวโกฏิ - พิธีครอบเศียรครู
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.085-614-3765 หรือ 053-602-667 (ขอบคุณข้อมูลจาก...วัดแสงแก้วโพธิญาณ)