เชิญเที่ยวงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ประจำปี 2560


จังหวัดเชียงราย ขอเชิญเที่ยวงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 26 มกราคม ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 รวม 10 วัน 10 คืน วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่ท่านทรงสร้างเมืองเชียงรายขึ้น และเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ณ บริเวณสนามบินเก่า ฝูงบิน 416 เชียงราย และในวันที่ 26 มกราคม 2560 ทำพิธีสักการะพระบรมอัฐิพ่อขุนเม็งรายมหาราช ณ วัดดอยงำเมือง พิธีบวงสรวง พิธีสืบชะตาทำบุญเมืองเชียงราย พิธีไหว้สาพญามังราย ขบวนแห่เครื่องสักการะทั้ง 18 อำเภอ และเปิดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ห้าแยกพ่อขุน

สำหรับกิจกรรมภายในงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ประจำปี 2560 อาทิ เช่น การออกร้านนิทรรศการของส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา มูลนิธิ การออกร้านของแต่ละอำเภอ การออกร้านของเหล่ากาชาดเชียงราย การประกวดร้องเพลงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประกวดร้องเพลงผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ประกวดร้องเพลงเด็กและเยาวชน การประกวดธิดาดอย เดินแบบการกุศล การแสดงมหรสพ การออกร้านจำหน่ายสินค้าในราคาโรงงาน และศิลปินคอนเสิรต์ อาทิเช่น ปูพงษ์สิทธิ์ คาราบาว เคลิ้ม มหาหิงค์ เป็นต้น


ด่านชายแดนไทยลาวบ้านฮวก ภูซาง พะเยา

จังหวัดพะเยามีแนวเขตติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)  ตั้งแต่บริเวณบ้าน ฮวก หมู่ที่ 3 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง  ถึงบ้านต้นผึ้ง  หมู่ที่ 16  ตำบลร่มเย็น  อำเภอเชียงคำ เป็นระยะทางประมาณ  36  กิโลเมตร  โดยมีช่องทางกิ่วหก (PB 502763) หมู่ที่ 12 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นช่องทางที่ติดต่อระหว่างบ้านฮวก หมู่ที่ 12  ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา กับบ้านปางมอญ  เมืองคอบ แขวงไชยะบุรี  สปป.ลาว เป็นที่ตั้งจุดผ่อนปรนชายแดนไทย-ลาว บ้านฮวกเป็นช่องทางที่ราษฎรของทั้งสองประเทศสามารถเดินทางติดต่อค้าขายกันได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. โดยไม่มีการหยุดพักเที่ยง และจัดตลาดนัดทุกวันที่ 10 และ 30 ของทุกเดือน ณ บริเวณตลาดบ้านฮวก จุดผ่อนปรนแห่งนี้ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่  25  มีนาคม  2536 

ด่านชายแดนบ้านฮวก อำเภอภูซาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดพะเยา ประมาณ 100 กิโลเมตร ตามถนนสาย พะเยา-จุน-เชียงคำ-ภูซาง บ้านฮวกเป็นประตูเข้าสู่แขวงไชยะบุรี  สปป.ลาว ก่อนเข้าไปสู่หลวงพระบางสภาพพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่เป็นภูเขา อากาศดีมากเย็นสบาย และมีช่องทางธรรมชาติที่เหมาะสมกับการค้าชายแดนซึ่งเป็นช่องทางที่ประชาชนทั้งสองประเทศใช้เป็นเส้นทางสัญจรเข้า-ออก คือ "กิ่วหก" 

บ้านฮวก เป็นหมู่บ้านที่มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านอยู่หลายร้านให้เลือกซื้อ ซึ่งตั้งอยู่ 2 ข้างทางแวะเที่ยวเลือกซื้อสินค้าที่จุดนี้ก่อนก็ได้ จากนั้นขับไปอีก 2 กิโลเมตร จะถึงช่องทางกิ่วหกซึ่งเป็นช่องทางติดต่อระหว่างประเทศไทยกับแขวงไชยะบุรี และในทุกปีในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการจัดงานตักบาตรสองแผ่นดิน ณ จุดรอยต่อชายแดนไทย–ลาว บริเวณกิ่วหก ณ จุดชายแดนบ้านฮวกจะมีจุดจอดรถโดยสารให้บริการไปอำเภอเชียงคำด้วย ณ หมู่บ้านแห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมเต่าปูลู เป็นเต่าขนาดเล็กที่มีความยาวของกระดองเพียง 17 ชม.มีลำตัวและกระดองแบน พบเห็นได้ตามลำธารน้ำเย็นบนภูเขา ในระดับความสูง 1,000 เมตรขึ้นไปทางภาคเหนือ ชมได้ที่บ่อเต่าปูลูโรงเรียนบ้านฮวกนะค่ะ..

สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่ไม่ใช่ชาวจังหวัดพะเยา กรณีอยากเข้าไปเที่ยวเมืองคอบ แขวงไชยะบุรี ระยะทาง 19 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นหินคลุก กำลังอยู่ในระหว่างสร้างทาง ไม่มีฝุ่น ก่อนเดินทางติดต่อเจ้าหน้าที่ทำหนังสือรับรองการอนุญาตสำหรับราษฏรไทยเดินทางออกนอกประเทศ สปป.ลาว ผ่านจุดผ่อนปรน ช่องทางกิ่วหก ได้ที่ด่านชายแดนก่อนเดินทางออกนอกประเทศ และติดต่อรถว่าจ้างที่เป็นคนจังหวัดพะเยาเป็นผู้นำทาง ได้ที่ด่านชายแดน สำหรับราคาค่าบริการสอบถามได้ที่เจ้าของรถรับจ้างนะค่ะ..













เชิญร่วมงาน ๑ ทศวรรตเปิดประตูสู่วัดแสงแก้วโพธิญาณ แม่สรวย เชียงราย


วัดแสงแก้วโพธิญาณ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ขอเชิญร่วมงาน ๑ ทศวรรตเปิดประตูสู่วัดแสงแก้วโพธิญาณ และฉลองสมณศักดิ์ พระครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระภาวนารัตนญาณ สย.วิ และฉลองอายุวัฒนมงคล ครบ ๓ รอบ ๓๖ ปี ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ - ๑๑ มกราคม ๒๕๖๐โดยมีกำหนดการจัดงานดังนี้
       
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม พ..๒๕๕๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๑๐.๐๐ น.
ขอขมา -ปลงผม
เวลา ๑๔.๐๐ น.
ทำขวัญนาค
เวลา ๑๖.๐๐ น.
บวชเณร
วันเสาร์ที่ ๓๑ ธันวาคม พ..๒๕๕๙ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๒๒.๐๐ น.
เริ่มสวดมนต์ข้ามปี
เวลา ๒๔.๐๐ น.
จุดประทีป ปล่อยโคมไฟ ๑,๐๐๐ ดวง
วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม พ..๒๕๖๐ ขึ้น ๔  ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญตักบาตรขึ้นปีใหม่
วันเสาร์ที่ ๗ มกราคม พ..๒๕๖๐ ขึ้น ๑๐  ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๐๙.๐๐ น.
พระเจ้าหลานเธอฯ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จเป็นองค์ประธาน ในพิธีวางศิลาฤกษ์ สร้างพระศรีอริยเมตไตรย บรมโพธิญาณ
วันอาทิตย์ที่ ๘ มกราคม พ..๒๕๖๐ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๐๙.๐๐ น.
บวงสรวงเปิดประตูสู่วัดแสงแก้วโพธิญาณ
เวลา ๑๓.๐๐ น.
บวงสรวงใหญ่ เบิกฟ้า เบิกดิน
เวลา ๑๔.๐๐ น.
พระสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์
เวลา ๑๖.๐๐ น.
พิธีหล่อพระ (รูปเหมือนพระภาวนารัตนญาณ วิ. (ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต)
เวลา ๒๐.๐๐ น.
สมโภช สวดมนต์ตั๋น เทศน์ธรรม สวดเบิก กวนข้าวทิพย์ (พิธีถึงเช้า)
วันจันทร์ที่ ๙ มกราคม พ..๒๕๖๐ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๐๙.๐๐ น.
แสดงมุทิตาสักการะ พระภาวนารัตนญาณ วิ. (ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต)
เวลา ๑๓.๐๐ น.
พิธีสืบชะตา พิธีฉลองสัญญาบัตร พัดยศ ในราชทินนามที่ พระภาวนารัตนญาณ วิ.”
เวลา ๑๖.๐๐ น.
พระเจ้าหลานเธอฯ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จประทานทุนการศึกษา     
อุปกรณ์การกีฬา และประทานผ้าห่ม แก่นักเรียน และราษฏรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
วันอังคารที่ ๑๐ มกราคม พ..๒๕๖๐ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๐๘.๐๐ น.
ปอยหลวง หัววัดเข้าทั้งวัน
เวลา ๐๙.๐๐ น.
ทำบุญกุฏิ รวยเจริญทรัพย์ ๒
เวลา ๑๔.๐๐ น.
แห่ขบวนครัวตาน
เวลา ๒๐.๐๐ น.
การละเล่น มหรสพ และคอนเสิร์ตของดารา ศิลปินมากมาย
วันพุธที่ ๑๑ มกราคม พ..๒๕๖๐ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๒
เวลา ๐๗.๐๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระภิกษุ-สามเณร
เวลา ๐๙.๐๐ น.
พิธีตานเสนาสนะ
เวลา ๒๐.๐๐ น.
การละเล่น มหรสพ และคอนเสิร์ตของดารา ศิลปินมากมาย

มหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย 2016




จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอเชิญร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ในงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย 2016 Chiangrai ASEAN Flower Festival 2016 ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม 2559-8 มกราคม 2560 ชมการจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับ พระราชกรณียกิจและพระราชอัจฉริยภาพที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย สักการะพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศภูฎาน เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต สัมผัสวัฒธรรมชนเผ่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดเชียงรายทั้ง 17 ชนเผ่า ณ บริเวณข่วงวัฒนธรรมล้านนาและอาเซียน กาดหมั้ว ครัวล้านนา ต้นฉบับอาหารพื้นเมืองและอาหารของชนชาติพันธุ์ การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน "เชียงรายขายดี" ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย (ใกล้สนามบินแม่ฟ้าหลวง) 


น้ำตกภูซาง น้ำตกอุ่น แห่งเดียวในประเทศไทย จังหวัดพะเยา

อุทยานแห่งชาติภูซาง... มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ดินบริเวณป่าน้ำหงาวฝั่งซ้ายในท้องที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ป่าน้ำเปื่อย ป่าน้ำหย่วน และป่าน้ำลาวในท้องที่อำเภอเชียงคำ อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขามีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์นานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ป่า และภูเขาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 178,049.62 ไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2543 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 98 ของประเทศไทย

น้ำตกภูซาง...เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เนื่องจากเป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่พบในประเทศไทย มีอุณหภูมิสูงถึง 35-36 องศา น้ำตกตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น เกิดจากสายน้ำอุ่นและปราศจากกลิ่นกำมะถันที่ไหลมาจากผาหินปูนสูง 25 เมตร ใต้น้ำตกเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกตที่ใสราวกับกระจก จึงเหมาะสำหรับการลงแช่น้ำให้อบอุ่น สบายตัว เหนือน้ำตกภูซาง มีเส้นทางชมป่าต้นน้ำซึ่งเป็นป่าดงดิบ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 1 กิโลเมตร และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย อาทิเช่น ดอยผาคำ ถ้ำน้ำดั้น ถ้ำน้ำลอด ถ้ำผาแดง น้ำตกห้วยโป่งผา และบ่อน้ำซับอุ่น

การเดินทางของสายน้ำอุ่น.... สายน้ำของน้ำตกภูซาง เดินทางลัดเลาะมาตามลำห้วยน้ำฮวก ไหลผ่านบ่อน้ำร้อนที่เรียกว่า "บ่อซับน้ำอุ่น" ตกลงสู่หน้าผาหินปูนความสูง 15 เมตร กลายเป็น "น้ำตกอุ่น" ที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส แล้วไหลรวมกับลำน้ำเปื่อย เป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนต่อไป 

ระหว่างเส้นทางสายน้ำอุ่นนี้ได้ผ่านป่าที่มีน้ำขังตลอดปี มีซากพืชสลายทับถมกันแน่นหลายชั้น พืชหลากหลายสามารถปรับตัวขึ้นอยู่ในพื้นที่ อาทิ คล้า คลุ้ม เตยเหาะ ลำเก็ง แข้งไก่ กรวย และทองหลางป่า ป่าชนิดนี้พบได้ไม่มากในเมืองไทย มีชื่อว่า "ป่าพรุ" นอกจากนี้ยังไหลผ่านป่าดงดิบแล้งที่สมบูรณ์ด้วยไม้ผลัดใบ และไม่ผลัดใบขนาดใหญ่ หลากหลายชั้นอายุที่ร่วมกับป่าพรุในการรักษาต้นน้ำลำธารของน้ำตกแห่งนี้...สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูซาง 0-5440-1099, 09-3293-5099 (ขอบคุณ...ข้อมูลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูซาง)












Doi Chang Classic 2016 ปั่นด้วยใจไปดอยช้าง เยือนถิ่นกาแฟ 2 เชียงราย

อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ร่วมกับสิงห์คอร์เปอเรชั่น และชมรมจักรยานแม่สรวยไซคลิ่ง เชิญร่วมปั่นจักรยาน 'ปั่นด้วยใจ ไปดอยช้าง เยือนถิ่นกาแฟ ครั้งที่ 2" ในวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2559 โดยเริ่มจากศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึงจุดเส้นชัยที่ลานกาแฟ โรงงานกาแฟดอยช้าง หมุู่บ้านดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย รวมระยะทาง 24 กิโลเมตร ปั่นบนเส้นทางสุดคลาสสิก สัมผัสกับวิวสวยของภูเขาที่สูงเฉียดฟ้าสวยงามตลอดเส้นทางที่ปั่น และสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นของอำเภอแม่สรวย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 27 พฤศจิกายน 2559 รับสมัครจำนวนจำกัด 1,000 คน ค่าสมัครท่านละ 500 บาท โอนชำระผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาแม่สรวย เลขที่บัญชี 511-0521431 ชื่อบัญชีนางชมพูนุช จอมกัน รับเสื้อปั่นสุดเก๋เจ้าภุูเขาคลาสสิคแบบเสื้อลายจุดดำขาว รับโล่ห์เกรียติยศเข้าเส้นชัย สถิติลำดับ และบริการอาหาร เครื่องดื่ม ตลอดเส้นทางการปั่นจากสิงห์คอร์เปอเรชั่น....

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณสามแปง 087-303-5483 คุณอู๋ 088-854-1912 คุณเอ็ม 089-553-3919 และคุณกู่ 088-852-7696 สำหรับผู้ที่รักการปั่นจักรยาน รักการออกกำลังกาย อย่าลืมปั่นไปดอยช้างด้วยกันนะค่ะ....


วัดสวนดอก (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วัดสวนดอก หรือวัดบุปผาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เลขที่ 139 ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากประตูสวนดอกไปทางทิศตะวันตก 1 กิโลเมตร กินเนื้อที่ 35 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา ทิศเหนือยาว 183 เมตร ทิศใต้ยาว 193 เมตร ทิศตะวันออกยาว 176 เมตร และทิศตะวันตกยาว 176 เมตร

วัดสวนดอก สร้างขึ้นในภายในเวียงสวนดอกซึ่งเป็นเขตพระราชอุทยานในสมัยราชวงศ์มังราย โดยในปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์มังราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น "พระอารามหลวง" เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของ "พระมหาเถระสุมน" ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐาน "พระบรมสารีริกธาตุ" 1 ใน 2 องค์ ที่ "พระมหาเถระสุมน" อัญเชิญมาจากสุโขทัยในปีพ.ศ.1912 (องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ในวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร)

ในสมัยราชวงศ์มังรายวัดสวนดอกมีความเจริญรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากสิ้นราชวงศ์มังรายบ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจพม่าทั้งเกิดจลาจลวุ่นวายวัดนี้จึงกลายสภาพเป็นวัดร้างไปวัดสวนดอกได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในรัชสมัยพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) และได้รับการทำนุบำรุงจากเจ้านายฝ่ายเหนือและประชาชนเชียงใหม่มาโดยตลอด

วัดสวนดอก ได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และพระประยูรญาติมาประดิษฐานรวมกัน และต่อมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2475 เป็นการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระวิหารโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา

วิหารหลวง มีขนาดความกว้าง 12 วา 2 ศอกยาว 33 วา สร้างเมื่อ พ.ศ.2474-2475 โดยครูบาเจ้าศรีวิชัย และเจ้าแก้วนวรัฐ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยมีลักษณะพิเศษ คือเป็นวิหารโถงไม่มีฝาผนังมีแต่ระเบียงโดยรอบหน้าบันทั้งสองด้านมีลายปูนปั้นแบบเครือเถาศิลปะล้านนาที่สวยงามขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478

พระเจ้าค่าคิง เป็นพระประธานในพระวิหารหลวง พระเจ้ากือนาธรรมิกราชโปรดให้ช่างสร้างขึ้นด้วยทองสำริด เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีขนาดเท่าพระวรกายของพระองค์ขณะประทับยืน หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 2.5 เมตร ข้อมูลจากประชุมตำนานล้านนากล่าวว่า "สร้างขึ้นโดยบัญชาของพระราชมารดาของพระเจ้ากือนา" เพื่อถวายไว้แทนพระเจ้ากือนาเมื่อครั้งทรงประชวรหนัก จึงเป็นเหตุหนึ่งของการเรียกพระนามของพระพุทธรูปที่สร้างแทนพระองค์ว่า “พระเจ้าค่าคิง

พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1914 ในรัชกาลของพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระอารามหลวง" โดยโปรดเกล้าให้สร้าง "พระเจดีย์ทรงลังกา" ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่พระมหาเถระสุมนได้อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 ซึ่งแต่เดิมมีเจดีย์แบบสุโขทัย (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) อยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระเจดีย์ใหญ่แต่ได้ปรักหักพังลง พระเจดีย์องค์ใหญ่สูง 24 วา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478

กู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ สถานที่บรรจุอัฐิ ตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ถึงพระองค์สุดท้าย พระประยูรญาติ ในตระกูล ณ เชียงใหม่ และผู้สืบเชื้อสายสกุลเจ้าเจ็ดตน เมื่อ พ.ศ.2452 ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478 ในปี พ.ศ. 2451-2452 พระราชชายาดารารัศมีทรงพิจารณาเห็นว่า (กู่) อนุสาวรีย์เจ้าผู้ครองนครและพระประยูรญาติทั้งหลายตั้งอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำปิง ทางทิศตะวันตก (ตลาดวโรรสแถวตรอกข่วงเมรุ) เป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากในฤดูฝน น้ำก็มักจะเข้าไปท่วมขังอยู่เป็นประจำ จึงย้ายมาตั้งไว้ที่วัดสวนดอกจนตราบทุกวันนี้

วิหารหลวง

พระเจ้าค่าคิง
พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา
กู่เจ้าหลวงเชียงใหม่