การทำนาถาด

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนการทำนาของชาวนาแบบดั้งเดิมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาจากที่เคยใช้ควายไถนาก็เปลี่ยนมาใช้รถไถนา ทั้งแบบเดินตาม หรือแบบนั่งขับ จากที่เคยใช้คนงานหว่านเมล็ดพันธุ์ก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องเพาะเมล็ดพันธุ์แทน จากที่เคยใช้แรงงานคนช่วยกันดำนาก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้รถดำนาแทน

ปัจจุบันการทำนาของชาวนามีการทำนากันหลายรูปแบบทั้งแบบนาดำ นาหว่าน นาโยน นาถาด การทำนาถาดก็เป็นการทำนาอีกรูปแบบหนึ่งที่มีระยะเวลาในการทำนาที่สั้นมาก ใช้เวลาในการทำนาไม่ถึงเดือนเริ่มตั้งแต่การแช่เมล็ดพันธุ์ ทิ้งไว้ 2 คืน หมักทิ้งไว้อีก 2 คืน เพาะกล้าทิ้งไว้อีก 3 คืน รอกล้าออกงอก และนำไปลงแปลงพัก 15 วัน ต้นกล้าก็พร้อมปลูก ส่วนการปลูกก็ใช้เวลาในการปลูกไม่กี่วันแล้วแต่นาว่ามีนาเยอะหรือมีนาน้อยก็เสร็จเรียบร้อย เพราะการทำนาถาดต้องใช้รถดำนาในการปักดำใช้เวลาน้อย ซึ่งจะต่างกับการทำนาที่ใช้แรงงานคน ใช้เวลาหลายวันกว่าจะแล้วเสร็จทั้งการถอนต้นกล้า ทั้งการดำนา ทุกขั้นตอนถ้ามีคนน้อยการดำนาก็จะช้าตามใช้เวลาหลายวันและที่สำคัญค่าจ้างแรงงานในการดำนาเดี๋ยวนี้แพงมาก ไร่ละ 1,500-1,800 บาท แล้วแต่สภาพของนาที่รับจ้าง ปลูกยากก็แพง ปลูกง่ายก็ถูก

สรุปแล้วชาวนาเริ่มหันมาทำนาถาดกันเยอะขึ้นทั้งประหยัดเวลา ประหยัดค่าจ้างแรงงาน ใช้คนงานน้อยในการทำและที่สำคัญคนงานหายาก สำหรับผู้ที่สนใจอยากเปลี่ยนมาทำนาถาดบ้าง แนะนำว่าควรทำเป็นอย่างมาก แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าของนา กรณีถ้าไม่พร้อมที่จะเพาะกล้าเอง ไม่มีอุปกรณ์ สามารถซื้อกล้าที่เพาะขายได้ในราคาถาดละ 20.- มาปักดำก็ได้













พันธุ์ข้าวสันป่าตอง อายุ 15 วัน





ท้าวอมรินทร์เทวาธิราช (พระอินทร์) ศูนย์พัฒนาศีลธรรมเวียงกาหลง

หลังจากที่สักการะกราบไหว้สิ่งศักดิ์ ๙ มหามงคล ท้าวมฒิกามหาพรหม (พระแม่กาเผือก) เจ้าพ่อ-เจ้าแม่เวียงกาหลง, พระยอดขุนพลเวียงกาหลง, พระอุปคุตมหาเถระเจ้า ทรงชนะพญามาร, พระสยามเทวาธิราช, พระแม่ธรณี ศรีแห่งแผ่นดิน, เจ้าแม่กวนอิม อวโลกิเตศวรวรมหาโพธิสัตว์เจ้า, พระศรีอาริเมตไตร พระศรีอาริย์มหาโพธิสัตว์เจ้า, พระบรมครูพ่อปู่หมอชีวกโกมารภัจแล้ว ภายในศูนย์พัฒนาศีลธรรมเวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ที่สงบเงียบร่มเย็นไปด้วยต้นไม้ เดินไปด้านในสุดตรงคูคลองเก่าสมัยโบราณจะเป็นที่ตั้งของ....ท้าวอมรินทร์เทวาธิราช (พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ) อยู่ใกล้กับพระถังซังจั๋ง (หลวงจีนเฮี่ยนจั่ง) และพระพิฆเนศวร เทพบรมครูแห่งศิลปวิทยา ๑๘ ประการ ให้สักการะกราบไหว้บูชาขอพรอีกที่หนึ่ง พร้อมกับประวัติท้าวอมรินทร์เทวาธิราช (พระอินทร์) แบบยาวให้ศึกษาหาความรู้ด้วย

ท้าวอมรินทร์เทวาธิราช (พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ)



คาถาบูชาพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ





พระถังซัมจั๋ง (หลวงจีนเฮี่ยนจัง) ศูนย์พัฒนาศีลธรรมเวียงกาหลง

ศูนย์พัฒนาศีลธรรมเวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย นอกจากจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๙ มหามงคล ท้าวมฒิกามหาพรหม (พระแม่กาเผือก) เจ้าพ่อ-เจ้าแม่เวียงกาหลง, พระยอดขุนพลเวียงกาหลง, พระอุปคุตมหาเถระเจ้า ทรงชนะพญามาร, พระสยามเทวาธิราช, พระแม่ธรณี ศรีแห่งแผ่นดิน, เจ้าแม่กวนอิม อวโลกิเตศวรวรมหาโพธิสัตว์เจ้า, พระศรีอาริเมตไตร พระศรีอาริย์มหาโพธิสัตว์เจ้า, พระบรมครูพ่อปู่หมอชีวกโกมารภัจ ให้สักการะกราบไหว้แล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่แนะนำ คือ พระถังซัมจั๋ง (หลวงจีนเฮี่ยนจัง) ตั้งอยู่บริเวณด้านในสุดติดกับคูคลองสมัยโบราณของเวียงกาหลง ให้กราบไหว้พร้อมกับประวัติของพระถังซัมจั๋ง ให้ได้อ่านบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่ท่านเดินทางไปศึกษาค้นคว้าและเขียนไว้ จากการเดินทางครั้งนี้เป็นเหตุให้เกิดวรรณกรรมอมตะของจีนเรื่อง "ไซอิ๋ว" ขึ้น









เพาะกล้าถาด สำหรับใช้กับรถดำนาแบบ 4 แถวเดินตาม

การทำนาโดยทั่วไปก็ทำกันหลายรูปแบบมีทั้งใช้คนปลูก ใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ปลูก ใช้รถดำนาปลูกปลูกแบบโยน หรือไม่ก็ใช้วิธีการหว่าน แต่ก่อนที่จะถึงขั้นตอนการปลูกข้าวก็ต้องเริ่มต้นขั้นตอนของการเพาะต้นกล้าก่อน ซึ่งชาวนาส่วนมากที่ทำกันก็จะใช้วิธีการหว่านเมล็ดข้าวลงไปในแปลงนาเพื่อรอให้โตเป็นต้นกล้าแล้วจึงถอนต้นกล้าเพื่อนำไปปลูกเป็นขั้นตอนสุดท้าย

แต่ก็มีบางที่ใช้ต้นกล้าที่เพาะด้วยถาดเพาะกล้า เป็นต้นกล้าในการปลูกข้าว การเพาะกล้าถาดมีหลายขั้นตอนมาก ก่อนอื่นเลยให้แช่เมล็ดพันธุ์ข้าวทิ้งไว้ 2 คืน จากนั้นให้ตักเมล็ดพันธุ์ข้าวออกนำไปหมักทิ้งไว้อีก 2 คืน เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ข้าวออกงอก ขั้นตอนต่อไปให้นำถาดเพาะกล้าที่ใส่แกลบแล้ว นำไปวางที่รางให้เต็มเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของร่อนกล้า เมื่อร่อนเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในถาดเพาะกล้าครบ 3 รอบแล้วให้ใช้แปรงปัดเมล็ดพันธุ์ข้าวในถาดเพาะกล้าเพื่อแยกออกเป็นถาดให้เรียบร้อยทุกถาดที่วางอยู่บนราง จากนั้นใช้แกลบดำร่อนปิดหน้าเมล็ดพันธุ์ข้าวให้สนิทและใช้แปรงปัดแกลบอีกรอบเพื่อแยกออกเป็นถาด ไปจนครบทุกถาด จากนั้นใช้น้ำรดถาดเพาะกล้า ขั้นตอนสุดท้ายใช้น้ำยารดถาดเพาะกล้าเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นกล้าเป็นเชื้อราเป็นขั้นตอนสุดท้าย สารป้องกันกำจัดโรคพืชที่ใช้ชื่อว่า "เมทาแลกซิล" ราคา 350 บาท ใช้ดี ต้นกล้าไม่เป็นโรค

จากนั้นนำถาดเพาะกล้าทั้งหมดที่ร่อนเมล็ดพันธุ์ข้าวแล้วนำมาวางซ้อนกันจะวางกองละกี่ถาดแล้วแต่พื้นที่ และให้ใช้ถาดเพาะกล้าที่มีแต่แกลบไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าววางปิดทับไว้ด้านบน จากนั้นให้นำกระสอบฟางผืนใหญ่ปิดคลุมถาดเพาะกล้าทั้งหมด ทิ้งไว้ 3 คืนเพื่อให้เมล็ดพันธุ์งอกจากนั้นจึงจะนำไปแปลงนาพักไว้เพื่อรอให้ต้นกล้าโต เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการดำนาต่อไป

ใส่แกลบรองพื้นถาดเพาะกล้า

เตรียมร่อนเมล็ดพันธุ์ข้าว
หลังจากร่อนเมล็ดพันธุ์ครบ 3 รอบ
เครื่องร่อนเมล็ดพันธุ์ข้าว
ร่อนเสร็จใช้ถาดเพาะกล้าไม่มีเมล็ดพันธุ์ปิดหน้าไว้
แกลบเผาซื้อจากโรงสีข้าว
ผสมน้ำรดถาดเพาะกล้ากันเชื้อราขั้นตอนสุดท้าย
พันธุ์ข้าวสันป่าตอง แช่ทิ้งไว้ 2 คืน
หมักทิ้งไว้  2 คืน พร้อมที่จะร่อน
หลังจากใช้กระสอบฟางคลุมไว้ 3 คืน
ย้ายไปแปลงนารอปลูก





สิงห์ปาร์ค ไร่บุญรอดบริวเวอรี่ เชียงราย

สิงห์ปาร์คที่ไร่บุญรอดบริวเวอรี่..........จุดเด่นของที่นี่ก็คงจะเป็นสิงห์ตัวใหญ่มากที่เมื่อเราขับรถผ่านจะมองเห็นสิงห์สูงเด่นเป็นสง่าทำให้อดไม่ได้ที่จะแวะจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูป อีกอย่างอยู่ติดถนน นอกจากการถ่ายรูปกับสิงห์ตัวใหญ่แล้วที่นี่ยังมีร้านอาหารให้รับประทาน พักเหนื่อย ชมวิวสวยของไร่บุญรอดบริวเวอรี่ เป็นอีกที่แนะนำเมื่อมาเที่ยวเชียงราย สำหรับเส้นทางการไปที่สิงห์ปาร์ค ไม่ได้ยุ่งยากอะไรกรณีเริ่มที่ตัวเมืองเชียงรายก็ให้ใช้เส้นทางที่จะไปเด่นห้า ขับไปเรื่อยๆ สิงห์ปาร์คก็จะอยู่ด้านขวามือ เป็นเส้นทางลัดที่สามารถทะลุไปเชียงใหม่ได้ สำหรับถนนสายนี้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ให้แวะเที่ยวได้ เช่น  พิพิธภัณฑ์หอพลับพลา อยู่ติดถนนแวะจอดเที่ยวได้ง่าย ถ้าขับต่อไปอีกนิดก็จะเป็นวัดพระธาตุจอมหมอกแก้ว พระธาตุเก้าจอมของเชียงราย แวะกราบไหว้ขอพร หรือไม่จะไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดของเชียงรายก็ได้อีกเช่นกัน...








ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 2 เชียงราย

อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นอำเภอที่มีพรมแดนติดกับสหภาพเมียนมาร์ เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉานโดยมีแม่น้ำสายกั้นเขตแดนพูดถึงแม่น้ำสายเป็นแม่น้ำที่แคบมากก็ไม่ได้กว้างอะไรมากมายแค่เดินข้ามสะพานก็เข้าสู่ประตูสหภาพเมียนมาร์แล้ว โดยมีช่องทางสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถเข็น 2 ล้อ และคนเดินเข้า-ออกผ่านด่านพรมแดนแม่สาย เปิดทำการเวลา 06.00-18.30 น. และที่นี่ทุกคนรู้จักกันดีเมื่อมาเที่ยวตลาดแม่สาย และเข้าไปเที่ยวตลาดท่าขี้เหล็กแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปกันตลอดทั้งวันไม่ขาดสายโดยเฉพาะวันหยุดยาว จะเยอะมาก...

สำหรับที่นี่.......ด่านพรมแม่สายแห่งที่ 2 เปิดทำการเวลา 06.00-18.30 น. เช่นกัน ที่นี่ไม่มีอะไรขาย ไม่มีร้านค้าเหมือนกับด่านพรมแดนที่ตลาดแม่สาย ที่นี่ใช้เป็นช่องทางสำหรับรถบรรทุกหนักทุกชนิดขนส่งสินค้าเข้า - ออกระหว่างไทยและพม่า ทั้งด่านพรมแดนไทยและด่านพรมแดนพม่าอยู่ไม่ไกลกันมากนัก..

ด่านพรมแดนไทยที่ตลาดแม่สาย แห่งแรก

ด่านพรมแดนแม่สาย แห่งที่ 2
ด่านพรมแดนประเทศไทย


ด่านพรมแดนประเทศไทย


การละเล่นซอพื้นเมืองล้านนา

วันอังคารที่ 16 กรกฏาคม 2556 ที่ผ่านมา...............สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย จัดการแข่งขัน "การละเล่นซอพื้นเมืองล้านนา" โครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในจังหวัดเชียงราย ณ. ห้องประชุมคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อยู่ภายในสนามกีฬาของจังหวัดเชียงราย

การละเล่นซอพื้นเมืองล้านนา เป็นการละเล่นอย่างหนึ่งที่นิยมกันมากในล้านนา ในจังหวัดทางภาคเหนือของไทย เป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณและยังคงมีการสืบทอดมาจนบัดนี้ จะพบเห็นการซอตามงานวัดที่จัดงานปอยหลวงเกือบจะทุกวัดก็ว่าได้ และเมื่อมีงานซอเมื่อไรหน้าเวทีจะเต็มไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่จะชอบกันมากนั่งดูกันอย่างสนุกสนานยิ่งเป็นคณะที่ชอบดูกันจนซอจบ นอกจากงานปอยหลวงแล้วก็จะพบเห็นการซอในงานทำบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วหรือที่คนเหนือเรียกว่า "ตานปอย"