ชนชาติพันธุ์ปากะญอ (กะเหรี่ยง)

กะเหรี่ยง....เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง เดิมอาศัยอยู่แถบบริเวณต้นแม่น้ำสาละวินของพม่า ต่อมาได้อพยพเข้าสู่ประเทศพม่าและไทย มีภาษาพูดเรียกว่า "ภาษากะเหรี่ยง" จัดในตระกลูภาษาจีน-ทิเบต กะเหรี่ยงมีด้วยกันหลายกลุ่มย่อย และมีชื่อเรียกต่างๆ กัน ทั้งยังมีประเพณี ความเชื่อ ความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันด้วย กะเหรี่ยงในประเทศไทยมี 4 กลุ่มย่อย คือ 
  • สะกอ หรือยางขาว เรียกตัวเองว่า ปกากะญอ เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด 
  • โป เรียกตัวเองว่า โพล่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่
  • ปะโอ หรือ ตองสู อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • บะเว หรือ คะยา อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ความเชื่อ....เดิมนั้นชาวกะเหรี่ยงนับถือผี มีการบวงสรวงและเซ่นสังเวยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามในภายหลังชาวกะเหรี่ยงในหลายชุมชนหันมาถือศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์มากขึ้น แต่ก็ยังคงความเชื่อเดิมไม่น้อย เช่น ความเชื่อเรื่องขวัญ

ถิ่นที่อยู่....แม้ว่ากะเหรี่ยงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวเขา แต่ก็ไม่ได้อาศัยอยู่บนที่สูงเสียทั้งหมด บางส่วนก็ตั้งบ้านเรือนบนที่ราบเช่นเดียวกับชาวพื้นราบทั่วไป ในหมู่บ้านบางแห่งมีทั้งกะเหรี่ยงสะกอและกะเหรี่ยงโป แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ชาวกะเหรี่ยงนิยมตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งถาวร ไม่นิยมย้ายถิ่นบ่อยๆ และมีภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรดินและแหล่งน้ำเป็นอย่างดี และเป็นที่น่าสังเกตว่า ชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่จะตั้งถิ่นฐานใกล้แหล่งน้ำหรือต้นน้ำลำธาร

ถ้าพูดถึงคนกับช้าง....กะเหรี่ยงจะอยู่กับช้างมาตลอด ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว จากคำบอกเล่าของพ่อเฒ่าชัย กาทู กล่าวว่า ถ้าพูดตรงๆ คนกับช้างจะอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมาแล้ว กะเหรี่ยง จะมีความผูกพันกับช้างมาเป็นเวลายาวนาน กะเหรี่ยงที่นั่นเลี้ยงช้างแบบปล่อยไว้ เพราะเมื่อก่อนถนนทางยังไม่มีและไม่มีทางรถผ่านเข้าไป หมู่บ้านที่นั่นจะเป็นทางป่าเป็นส่วนใหญ่ ลำบากต่อการขนส่งเสบียงอาหาร กะเหรี่ยงที่นั่นจึงเลี้ยงช้างไว้เพื่อใช้เป็นยานพาหนะในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ จนกระทั่งใช้ลากไม้ซุง ทำบ้านเรือน ช่วงปลูกข้าว เกี่ยวข้าวเสร็จ จะใช้แรงงานช้างในการขนส่งมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง การทำงานทุกอย่างแทบที่จะใช้แรงงานช้างเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นช้างจึงเปรียบเสมือนเพื่อนคู่ชีพของชนเผ่ากะเหรี่ยงมาจนถึงปัจจุบันและได้นำช้างมาทำเป็นทัวร์ช้างเพื่อจะได้รักษาช้างไว้ให้คู่กับกะเหรี่ยงตลอดไป...(ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)


















ชนชาติพันธุ์ไตขึน (ไตเขิน)

ไทเขิน....เป็นชนชาติหนึ่งในกลุ่มไต ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศพม่า ไทเขินเรียกตัวเองว่า "ขึน" ซึ่งมาจากชื่อแม่น้ำในเมืองเชียงตุง ภาษาพูดและเขียนของไทเขินมีความคล้ายคลึงกันกับไทยยองและไทลื้อมาก พูดภาษาไทขืน ซึ่งเป็นภาษาในกลุ่มภาษาย่อยไทพายัพ ในกลุ่มภาษาคำ-ไต ตระกลูภาษาไท-กะได

ศาสนาของไทเขิน....คือพุทธศาสนานิกายเถรวาท นอกจากนั้นยังมีความเชื่อเรื่องผีและวิญญาณ ส่วนระบบเศรษฐกิจของไทเขินคือ การทำนา และการเลี้ยงสัตว์ ชื่อจริงของชนนี้ก็คือ "ไทขึน" แต่คนไทยเรียกว่า "ไทเขิน" ก็เพราะว่าชาวไทเขินจะเก่งทางด้านทำเครื่องเขิน คำว่า "ขึน" คือ การออกเสียงของคำว่า "เขิน" เช่นเดียวกับคำว่า "เงิน"

มีการปลูกเรือนกระจายไปตามกลุ่มบ้านภายในเมือง มีทั้งการปลูกเรือนแบบเก่า คือ ก่อสร้างด้วยไม้หรือก่ออิฐแดงและมุงหลังคาด้วยดินขอเช่นเดียวกับบ้านเรือนในชนบท ซึ่งปลูกเรือนในแบบเรียบง่ายมีใต้ถุน เรือนบนเป็นห้องโถง ห้องนอน ห้องครัว และชานบ้าน ถ้าหากไม่ใช้ไม้ทั้งหลัง บางเรือนชั้นล่างก็จะก่ออิฐแดงใช้ดินเหนียวเชื่อม แล้วโบกทับด้วยดินเหนียวอีกชั้นหรือก่ออิฐแดงไม่โบกทับ ส่วนหลังคามุงด้วยดินขอ

เขิน....โดยทั่วไปจะหมายถึง ภาชนะเครื่องใช้ที่สานด้วยไม้ไผ่แล้วเคลือบด้วยรักเขียนลวดลายประดับตกแต่งด้วยทองคำเปลวหรือเงินเปลวที่ผลิตขึ้นโดยชาวเชียงใหม่ ที่มีเชื้อสายสืบมาจากไทเขินแต่โบราณ เครื่องเขินกล่าวกันว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากจีน โดยกรรมวิธีการทำเครื่องเขินได้เริ่มในสมัยฉางโจวเมื่อประมาณ4,000 ปีมาแล้ว โดยพบหลักฐานชิ้นส่วนและตัวภาชนะเครื่องเขินในหลุมศพของบุคคลสำคัญหลายแห่ง ต่อมาวัฒนธรรมเครื่องเขินคงได้มีการแพร่หลายไปสู่เกาหลี ญี่ปุ่นตอนใต้ เวียดนาม และเอเชียอาคเนย์แต่ก็มีแนวคิดแยกออกไปที่เชื่อว่าวัฒนธรรมเครื่องเขินน่าจะเกิดขึ้นก่อนในเขตมณฑลยูนนานและรัฐฉานเพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการผลิตเครื่องเขิน...(ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)
















ชนชาติพันธุ์ไตลื้อ

ประวัติความเป็นมา....ไตลื้อ (ไทลื้อ) มีถิ่นที่อยู่บริเวณ เมืองลื้อหลวง จีนเรียกว่า "ลือแจง" ต่อมาได้เคลื่อนย้ายลงมาอยู่บริเวณเมืองหนองแส (คุนหมิงในปัจจุบัน) แล้วย้ายลงมาสู่ลุ่มแม่น้ำโขง (สิบสองปันนาในปัจจุบัน) ชาวไทลื้อบางส่วนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศพม่า ลาวและไทย

วิถีชีวิตความเป็นอยู่....การตั้งบ้านเรือนหรือหมู่บ้าน จะหาทำเลที่มีแม่น้ำลำคลองอยู่ใกล้หมู่บ้าน สะดวกในการเพาะปลูก ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง พึ่งพาตนเอง ชาวไทลื้อมักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน เคารพนับถือพ่อแม่ผู้มีอาวุโส ปู่ย่า ตาทวด และบรรพบุรุษ

ศิลปะการแสดงของไทลื้อ ได้แก่ ฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง ตบมะผาบ ฟ้อนนก ฟ้อนปอยบั้งไฟ ขับเป่าปี่ วัฒนธรรมประเพณีการบวชลูกแก้ว ตานธรรม ตานก๋วยสลาก ตานเข้าพรรษาออกพรรษา ฮ้องขวัญควาย แฮกนา เลี้ยงผีเมือง ผีหม้อนึ่ง เตาไฟ ผิดผีสาว สืบชาตาหลวง ประเพณีสงกรานต์...(ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)
















ชนชาติพันธุ์ลีซู (ลีซอ)

ลีซู (ลีซอ) หมายถึง ผู้ใฝ่รู้แห่งชีวิต ต้นกำเนิดอาศัยอยู่ที่ต้นน้ำสาละวิน แม่น้ำโขงทางตอนเหนือของธิเบต และทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน อพยพเข้าสู่เขตประเทศไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ.2464 ตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนครั้งแรกอยู่ที่บ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย

วิถีชีวิตความเป็นอยู่....อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง มีขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง นับถือบรรพบุรุษและบูชาเทพเจ้า โดยมีผู้นำ 2 คนคือ ผู้นำทางด้านวัฒนธรรม (มือหมือผะ) และผู้ประกอบพิธีกรรม (หนี่ผะ) ใช้ภาษาพูดในกลุ่มหยี (โลโล) ตระกลูธิเบต-พม่า 30% เป็นภาษาจีนฮ่อ ลีซูได้ชื่อว่าเป็นเผ่าที่แต่งกายมีสีสันสดใส และหลากสีมากที่สุดในบรรดาชาวเขาทั้งหมด

ลักษณะการทอผ้าขอลีซอเหมือนกลุ่มมูเซอ คือเป็นแบบห้างหลัง หรือสายคาดหลัง การทอผ้าเพื่อเย็บสวมใส่ไม่มีปรากฏในชุมชนลีซอของประเทศไทย ปัจจุบันมีเพียงการทอผ้าหน้าแคบขนาดเล็กๆ เพื่อนำมาเย็บประกอบเป็นย่ามเท่านั้น

ลักษณะการตกแต่งเสื้อผ้า ส่วนใหญ่เน้นประดับด้วยแถบริ้วผ้าสลับสี ผ้าตัดปะ และเม็ดโลหะเงิน มีการตกแต่งด้วยลายปักบ้างเล็กน้อย บริเวณช่วงต่อระหว่างผ้าคาดเอวกับพู่ห้อย และด้านข้างสายย่ามช่วงต่อกับพู่ที่จะทิ้งชายลงมาทั้ง 2ด้านเท่านั้น (ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)















ชนชาติพันธุ์เมี่ยน (เย้า)

เมี่ยน (เย้า) ชนชาติเชื้อสายจีนเดิมเรียกตัวเองว่า "เมี่ยน" ซึ่งแปลว่า มนุษย์ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เย้า" ถิ่นเดิมอยู่ทางตะวันออกของมณฑลไกวเจา ยูนนาน หูหนาน และกวางสู ประเทศจีน ต่อมาได้อพยพลงทางใต้เข้าสู่เวียดนามเหนือ ตอนเหนือของลาว และทางตะวันออกของพม่า บริเวณรัฐเชียงตุง และภาคเหนือของไทย ปัจจุบันมีชาวเมี่ยนอาศัียอยู่มากในจังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน

วิถีชีวิตความเป็นอยู่....เรียบง่าย อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง ทำมาหากินโดยทำไร่เลื่อนลอย พืชหลักที่ปลูกได้แก่ ฝิ่น ข้าว ข้าวโพด มันฝรั่ง พริก ฝ้าย มันเทศ ใช้ภาษาพูดเป็นคำเดียวโดดๆ ไม่มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง มีการนับถือผี พวกเขาเชื่อว่าทุกหนทุกแห่งมีผีสิงสถิตอยู่ทั้งนั้น....

ความเชื่อและพิธีกรรม....ชาวเมี่ยนส่วนใหญ่จะนับถือวิญญาณบรรพบุรุษ วิญญาณที่เมี่ยนนับถือแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ วิญญาณ เทพยดา วิญญาณบรรพบุรุษและวิญญาณทั่วไป เมี่ยนทุกบ้านจะมีหิ้งบูชา เป็นที่สิงสถิตของวิญญาณบรรพบุรุษและมีความเชื่อเกี่ยวกับสถานที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น สุสาน ภูขา ป่า ต้นไม้ หนองน้ำ แม่น้ำ จอมปลวก นรก สวรรค์....(ข้อมูลจากการจัดแสดงสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี ความเชื่อ งานมหกรรมไม้ดอกอาเชียนเชียงราย 2013)